รุกน์ของกะอ์บะฮ์
รุกน์ หมายถึงเสาหรือมุมของกะอ์บะฮ์ [๑๓๕] ภายในกะอ์บะฮ์ มีเสาสี่ต้นที่รองรับหลังคา ดังนั้น แต่ละมุมของกะอ์บะฮ์ จึงเรียกว่ารุกน์ [๑๓๖] กะอ์บะฮ์จึงมีสี่รุกนสี่มุม ดังนี้ :
รุกน์ตะวันออก (มุมหินดำ) : มุมนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกโดยประมาณและอยู่ใกล้กับบ่อน้ำซัมซัม โดยมีหินดำตั้งอยู่ที่นี่ [๑๓๗] การเฏาะวาฟทุกครั้งจะเริ่มต้นและสิ้นสุดที่มุมหินดำ [๑๓๘]
รุกน์เหนือหรือมุมอิรัก : เป็นหนึ่งในมุมของกะอ์บะฮ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งคือประเทศอิรัก [139] ผู้เฏาะวาฟ จะไปถึงฮิจร์อิสมาอีลหลังจากผ่านมุมนี้ [๑๔๐]
รุกน์ตะวันตกหรือมุมชาม : มุมตะวันตกเป็นหนึ่งในมุมของกะอ์บะฮ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก [๑๔๑] ผู้เฏาะวาฟ จะไปถึงมุมนี้หลังจากผ่านฮิจร์อิสมาอีล [๑๔๒]
รุกน์ใต้หรือมุมเยเมน : มุมนี้เป็นที่ตั้งของมุสตาญาร [๑๔๓] มุมนี้เป็นหนึ่งในมุมของกะอ์บะฮ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ประมาณหนึ่ง ซึ่งคือ ประเทศเยเมน และผู้แสวงบุญจะไปถึงหินดำหลังจากผ่านมุมนี้ในการเฏาะวาฟ [๑๔๔]
เหตุการณ์สำคัญ
การประสูติของอิมามอะลี (อ.) อิมามอะลี (อ.) ประสูติภายในกะอ์บะฮ์ [๑๔๕] แหล่งข้อมูลบางส่วนของชาวอะฮ์ลุสซุนนะฮ์ก็ได้รายงานเหตุการณ์นี้ด้วยเช่นกัน [๑๔๖]
การติดตั้งหินดำโดยศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)
ห้าปีก่อนการบิอ์ษัตของศาสดามุฮัมมัด น้ำท่วมใหญ่ได้เกิดขึ้นในเมืองมักกะฮ์และทำลายกะอ์บะฮ์ [๑๔๗] หลังจากน้ำท่วมและการทำลายกะอ์บะฮ์ ชนเผ่ากุเรชจึงได้เริ่มการบูรณะ [๑๔๘] ในระหว่างการบูรณะ แต่ละเผ่าต้องการที่จะเป็นผู้ติดตั้งหินดำ ความขัดแย้งได้รุนแรงขึ้น และในที่สุด ด้วยข้อเสนอของศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ.) หินดำถูกวางไว้ในผ้า [๑๔๙] และมอบให้ผู้นำของเผ่ากุเรชถือที่ขอบผ้า เมื่อถึงสถานที่ที่กำหนด ศาสดาได้ยกหินดำด้วยมือของเขาเองและวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม [๑๕๐]
เหตุการณ์อื่นๆ
อับเราะฮะฮ์ ผู้ปกครองเยเมนในปี ๕๗๑ ได้บุกรุกมักกะฮ์เพื่อทำลายกะอ์บะฮ์ เมื่อพวกเขามาถึง ด้วยปาฏิหาริย์ของอัลลอฮ์ ฝูงนกได้โปรยหินจากฟากฟ้าลงมาและทำลายกองทัพของอับเราะฮะฮ์ [๑๕๑] หลังจากที่อับดุลลอฮ์ บิน ซุบัยร์ปฏิเสธที่จะให้สัตยาบันกับยะซัด กองทัพภายใต้การนำของฮุศ็อยนฺบิน นุมัยร์ ได้ถูกส่งไปต่อสู้กับเขา ในเดือนมุฮัรรอม ปี ๖๔ฮ.ศ. พวกเขามาถึงเมืองมักกะฮ์ และในเดือนรอบีอุลเอาวัลของปีเดียวกัน พวกเขาได้โจมตีกองทัพของอิบนุซุบัยร์ด้วยเครื่องยิงหิน ซึ่งทำให้กะอ์บะฮ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง [๑๕๒]
ในเดือนซุลฮิจญะฮ์ ปี ๓๑๗ ฮ.ศ. กลุ่มกิรมะฏียูนได้บุกรุกมักกะฮ์ พวกเขาได้ขุดหินดำออกจากกะอ์บะฮ์และนำมันไปกับพวกเขา และในปี ๓๓๙ ฮ.ศ. พวกเขาได้คืนหินดำให้กับกะอ์บะฮ์หลังจากได้รับเงินจำนวนหนึ่ง [๑๕๓]
กะอ์บะฮ์ในวรรณกรรมเปอร์เซีย
ซะอ์ดีย์ : พวกเขาเห็นอับดุลกอดิร กีลานี (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาเขา) ในฮะรอมกะอ์บะฮ์ ใบหน้าของเขาวางอยู่บนกรวด เขากล่าวว่า โอ้พระเจ้า โปรดเมตตาเถิด! และหากฉันสมควรได้รับการลงโทษจริงๆ โปรดให้ฉันตาบอดในวันกิยามะฮ์ เพื่อที่ฉันจะได้ไม่ต้องอับอายต่อหน้าผู้คนที่ดี [๑๕๔]
อุบัยด์ ซากานี : ไม่มีใครได้พบกับท่าน โอ้กะอ์บะฮ์แห่งความปรารถนา เพราะภายในของพวกเขาพังทลาย แต่ภายนอกของพวกเขาอยู่กับเจ้า [๑๕๕]
พัรวีน อิอ์ติศอมีย์ : กะอ์บะฮ์แห่งหัวใจ อย่าทำให้มันเป็นที่พำนักของชัยฏอน จงชำระบ้านหลังนี้ เพราะมันเป็นที่พำนักของพระเจ้า [๑๕๖]
ฮาฟิซ : เพราะไม่มีความสะอาดในกะอ์บะฮ์ จึงเหมือนสถานที่บูชาเจว็ด ไม่มีสิ่งดีในบ้าน จึงไม่มีความบริสุทธิ์ [๑๕๗]
อัฏฏอร : หากกะอ์บะฮ์แห่งคนรัก เป็นความปรารถนาของท่าน การละทิ้งตัวเอง ไม่ใช่เส้นทางที่ยาวไกล [๑๕๘]
ชาฮ์ นิอ์มะตุลลอฮ์ วะลี : หากท่านปรารถนากะอ์บะฮ์ อย่าหลีกเลี่ยงทะเลทราย เจ้าต้องทนทุกข์ หากเจ้าต้องการสมบัติอย่างมากมาย [๑๕๙]
ฮาฟิซ : หากเจ้าต้องการเดินไปยังกะอ์บะฮ์ ด้วยความรักในท้องทะเลทราย อย่ากังวลกับการตำหนิของหนามในหนทาง [๑๖๐]
ซะอ์ดีย์ : โอ้ซะอ์ดีย์ หากเจ้าแสวงหาหนทาง จงเดินและอดทนต่อความทุกข์ยาก กะอ์บะฮ์แห่งการพบปะมิตร คือความอดทนในท้องทะเลทรายของเจ้า [๑๖๑] "การพบปะกะอ์บะฮ์ ไม่ใช่เรื่องง่าย โอ้ซะอ์ดีย์ เว้นแต่เจ้าจะเดินทางอันตรายในท้องทะเลทราย [๑๖๒]