@laravelPWA
มะอาด เป็นหลักศรัทธาของศาสนาแห่งฟากฟ้า
  • ชื่อ: มะอาด เป็นหลักศรัทธาของศาสนาแห่งฟากฟ้า
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 21:11:30 8-6-1404

มะอาด เป็นหลักศรัทธาของศาสนาแห่งฟากฟ้า

 

ความศรัทธาในหลักมะอาดและการมีชีวิตขึ้นมาใหม่ของมนุษย์ในปรโลก เป็นรากฐานของหลักความศรัทธาประการหนึ่ง [๑] และเป็นหนึ่งในความเชื่อหลักของศาสนาแห่งฟากฟ้าทั้งปวง [๒] ในหนังสือ ศาสนาที่มีชีวิตในโลก ชีวิตหลังจากความตาย ถือเป็นความศรัทธาและคำสอนของทุกศาสนา รวมถึงศาสนาแห่งพระเจ้า ศาสนาฮินดู ศาสนาพุทธ ลัทธิเต๋า และศาสนาชินโต (๓)

 

ตามความเชื่อของบรรดานักวิชาการชีอะฮ์ กล่าวว่า มะอาด หลังจากหลักเตาฮีด เป็นหลักการที่มีความสำคัญที่สุด ซึ่งบรรดาศาสนทูตของพระเจ้าได้เชิญชวนให้ประชาชนมีความศรัทธา [๔] ความศรัทธาในมะอาดและชีวิตหลังจากความตาย เป็นเงื่อนไขของการเป็นมุสลิมและการปฏิเสธมัน จะถือว่าอยู่ภายนอกของการเป็นชาวมุสลิม (๕)

 

ตามคำกล่าวของ มุฮัมมัดตะกี มิศบาฮ์ ยัซดี ระบุว่า ในอัลกุรอาน กล่าวถึงการมีความเชื่อในมะอาด ถือว่า อยู่ในระดับเดียวกันกับความศรัทธาในพระเจ้า และมีมากกว่า ๒๐ โองการ คำว่า อัลลอฮ์ และ อัลเยามุลอาคิร ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกัน [ ๖] ในสิบสองโองการ หลังจากความศรัทธาในพระเจ้า ศรัทธาในวันอาคิเราะฮ์ ได้มาถึงแล้ว [๗] มิศบาฮ์ ยัซดีเชื่อว่า จากความละเอียดของโองการต่างๆ ในอัลกุรอาน จึงสามารถเข้าใจได้ว่า ส่วนสำคัญของถ้อยคำของบรรดาศาสนทูต การอภิปรายและการโต้แย้งของพวกเขากับประชาชน ที่เกี่ยวกับประเด็นมะอาด เท่าที่กล่าวได้ว่าบรรดาศาสนทูตได้พยายามพิสูจน์ในมะอาดที่มากกว่าการพิสูจน์หลักเตาฮีด เพราะว่า ประชาชนแสดงความดื้อรั้นมากขึ้นในการยอมรับหลักมะอาด เนื่องจากการปฏิเสธเรื่องพ้นญาณพิสัยและความปรารถนาที่จะไม่เชื่อฟังและการขาดความรับผิดชอบ [๘]

 

มีการกล่าวกันได้ว่า คำว่า มะอาด ถูกใช้เพียงครั้งเดียว [๙] ในโองการของอัลกุรอาน และนั่นก็เช่นกันในความหมายที่แท้จริง (สถานที่แห่งการย้อนกลับคืน) [๑๐] แต่มีมากกว่า ๑๔๐๐ [๑๑] หรือสองพันโองการของอัลกุรอาน (ประมาณหนึ่งในสามของโองการ) อัลกุรอาน [๑๒] ได้กล่าวถึงมะอาดและชีวิตหลังความตาย โองการที่เกี่ยวข้องกับมะอาด ถูกแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ซึ่งรวมถึง :

 

โองการที่เกี่ยวข้องกับความจำเป็นของการมีความศรัทธาในอาคิเราะฮ์ [๑๓]

 

โองการที่เกี่ยวข้องกับผลของการปฏิเสธมะอาด [๑๔]

 

โองการที่เกี่ยวข้องกับความโปรดปรานอันนิรันดร์ของสวรรค์ (๑๕)

 

โองการที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษอันนิรันดร์ในนรก [๑๖]

 

โองการที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างความดีและความชั่วกับผลลัพธ์ในวันกิยามัต

 

โองการที่เกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้และความจำเป็นของมะอาด ซึ่งตอบคำถามและตอบข้อสงสัยของเหล่าผู้ปฏิเสธ [๑๗]

 

ชาวคริสต์ ยังเชื่อในเรื่องมะอาด โดยกล่าวถึงการฟื้นคืนชีพของศาสดาอีซา (อ.) และตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ของผู้คนที่กลับมามีชีวิตขึ้นใหม่หลังความตาย [๑๙] ตามพันธสัญญาเดิม [๒๐] และพันธสัญญาใหม่ [๒๑] ระบุว่า ทุกคนหลังจากความตาย จะไปยัง ฮาวียะฮ์ หรือ โลกแห่งความตาย ซึ่งเป็นสองส่วน : ส่วนหนึ่งสำหรับผู้ที่ชั่วร้ายซึ่งเป็นสถานที่การลงโทษ และอีกส่วนหนึ่งสำหรับคนมีความยุติธรรม ซึ่งเรียกว่า ฟิรเดาส์ (สวรรค์) (๒๒) ในความศรัทธาของบรรดาศาสนทูตและหลักข้อเชื่อไนซีน ซึ่งทั้งสอง เป็นหลักคำสอนสากล ที่ชาวคริสเตียนทุกคนยอมรับ ยังกล่าวถึงความศรัทธาและความเชื่อในมะอาดและการฟื้นคืนชีพ อีกด้วย (๒๓)

 

มีการกล่าวกันได้ว่า ความศรัทธาในเรื่องมะอาด ไม่ได้มีการกล่าวถึงในพันธสัญญาเดิม (ตะนัค ) ซึ่งเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว แต่ในคัมภีร์ตัลมูด ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่กล่าวคำรายงานและหลักปฏิบัติของชาวยิว มีการพูดถึงกันอย่างมากมายเกี่ยวกับมะอาด [๒๔] คาดว่า ผลจากการบิดเบือนพระคัมภีร์เดิม ทำให้วลีที่เกี่ยวข้องกับมะอาดได้รับการลบออก [๒๕] อย่างไรก็ตาม ในข้อนี้มาจากพันธสัญญาเดิม: พระยะโฮวาทำให้ตายและทำให้มีชีวิต การลงมายังหลุมศพและการฟื้นคืนชีพอีกครั้ง บนพื้นฐานของศาสนาโซโรแอสเตอร์ ระบุว่า จิตวิญญาณจะถูกแยกออกจากร่างกาย หลังความตาย และจะคงอยู่ จนกว่าจะถึงวันแห่งการฟื้นคืนชีพเพื่อการคิดบัญชีของการกระทำ(๒๗) กล่าวกันได้ว่า สวรรค์ของชาวโซโรแอสเตอร์ อธิบายว่า เหมือนกับสวรรค์ในอิสลาม แต่ทว่า นรกในศาสนาโซโรแอสเตอร์ ไม่มีการเผาไหม้ แต่เป็นสถานที่มีความหนาวเย็น มืดมน และน่าหวาดกลัวอย่างมาก [๒๘] พวกเขายังมีความเชื่อในเรื่อง

 

สะพานชินวัฒน์ (สะพานศิรอฏและเป็นทางแยก) (๒๙)

 

ผลของการมีความศรัทธาเรื่องมะอาดในชีวิตทางโลก

การให้ความสนใจในมะอาด โดยเฉพาะในรายละเอียดของมัน ถูกมองว่า มีผลทางจิตวิทยาและการศึกษาที่สร้างสรรค์ต่อจิตวิญญาณและจิตใจของมนุษย์และในตลอดช่วงชีวิตของพวกเขา (๓๐) ตามที่มิศบาห์ ยัซดี กล่าวไว้ว่า ผู้ที่เชื่อในมะอาดและไม่มองว่า ความตายเป็นจุดจบของชีวิต จะออกแบบและดำเนินตามแบบแผนชีวิตของพวกเขาในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตนิรันดร์ของพวกเขา ในทางกลับกัน ความยากลำบากและความล้มเหลวในชีวิตทางโลก จะไม่ทำให้พวกเขาท้อแท้หรือหมดกำลังใจ และไม่ขัดขวางพวกเขาจากการแสวงหาความสุขของความสมบูรณ์แบบนิรันดร์ จากมุมมองของเขา ผลกระทบของความเชื่อในชีวิตหลังความตายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชีวิตส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ความเชื่อในมัน มีบทบาทที่สำคัญในชีวิตทางสังคม เช่น การเคารพสิทธิของผู้อื่นและความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและการเสียสละต่อผู้ยากไร้ ในสังคมที่ความเชื่อในมะอาดยังคงมีชีวิตอยู่ ความจำเป็นในการใช้กำลังและแรงกดดันในการบังคับใช้กฎหมายและระเบียบที่เป็นธรรมและป้องกันการกดขี่และการละเมิดสิทธิของผู้อื่นจะน้อยลง (๓๑) อายะตุลลอฮ์ ญะวาดี อามุลี นักตัฟซีรและนักปรัชญาชีอะฮ์ ได้กล่าวถึงผลกระทบที่สำคัญที่สุดของการระลึกถึงมะอาด คือ การดำเนินการตามความยุติธรรมและการสร้างความเท่าเทียมกันทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและสังคม ในขณะที่ผลที่สำคัญที่สุดของการลืมมัน คือ การกระทำความผิดและการกดขี่ทั้งในระดับบุคคลและสังคม (๓๒)

 

มนุษย์ที่เชื่อในมะอาด มองโลกเป็นเรือกสวนไร่นาและฟาร์มเกษตร สำหรับวันอาคิเราะฮ์ ขณะที่ การกระทำของพวกเขา เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีผลจะเก็บเกี่ยวในโลกหน้า ดังนั้น พวกเขาจึงดำเนินชีวิตในโลกนี้อย่างมีการคิดคำนวณและไม่ละเลยคำสั่งและภาระหน้าที่ของพระเจ้า (๓๓) นอกจากนี้ ความเชื่อในมะอาด ยังเปลี่ยนวิสัยทัศน์ต่อความตาย จากการมองว่า เป็นการสิ้นสุดและการดับสูญ กลายเป็นหน้าต่างและสะพานไปสู่โลกที่สวยงามและมีเหนือกว่า (๓๔) การหลุดพ้นจากความว่างเปล่าและการไม่สรุปโลกทั้งใบให้เป็นวัตถุนิยม ถือเป็นอีกผลหนึ่งของความเชื่อในมะอาด (๓๕)

 

มีการกล่าวว่า ความเชื่อในมะอาด สามารถที่จะมีอิทธิพลต่อชีวิตทางโลกได้ก็ต่อเมื่อมีความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างชีวิตทางโลกนี้และชีวิตทางโลกหน้า ซึ่งความโปรดปรานและการลงโทษในโลกหน้าจะถูกยอมรับเป็นผลรางวัลและบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีในโลกนี้ (๓๖)

 

ตามทัศนะของบางคน ระบุว่า ความเชื่อในมะอาด เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของสังคม เป็นแหล่งที่มาของความมั่นคงทางกฎหมายและสังคม และเป็นปัจจัยในการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน (๓๗)