โองการที่ 123,124 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
คุณค่าที่แท้จริงและโกหก
لَّيْس بِأَمَانِيِّكُمْ وَ لا أَمَانىِّ أَهْلِ الْكتَبِ مَن يَعْمَلْ سوءاً يجْزَ بِهِ وَ لا يجِدْ لَهُ مِن دُونِ اللَّهِ وَلِيًّا وَ لا نَصِيراً(123) وَ مَن يَعْمَلْ مِنَ الصلِحَتِ مِن ذَكرٍ أَوْ أُنثى وَ هُوَ مُؤْمِنٌ فَأُولَئك يَدْخُلُونَ الْجَنَّةَ وَ لا يُظلَمُونَ نَقِيراً(124)
ความหมาย
๑๒๓. มันจะไม่เป็นไปตามความเพ้อฝันของสูเจ้า และไม่เป็นไปตามความเพ้อฝันของชาวคัมภีร์ ผู้ใดกระทำชั่ว ก็จะถูกตอบแทนตามนั้น และเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลืออื่นใดสำหรับเขา นอกจากอัลลอฮฺ
๑๒๔. และผู้ใดกระทำความดีงาม ไม่ว่าจะเป็นชายหรือเป็นหญิงก็ตาม ในฐานะเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น พวกเขาจะได้เข้าสวรรค์ และจะไม่ถูกอยุติธรรมแม้เท่ารูเมล็ดอินทผลัม
สาเหตุแห่งการประทานลงมา
มีรายงานว่าบรรดามุสลิมและชาวคัมภีร์ต่างฝ่ายต่างโอ้อวดเกียรติยศของตน ชาวคัมภีร์กล่าวว่า ศาสดาของพวกเรามาก่อนศาสดาของพวกเจ้า คัมภีร์ของเรามีมาก่อนคัมภีร์ของเจ้า มุสลิมกล่าวว่า ศาสดาของเราเป็นศาสดาองค์สุดท้าย และคัมภีร์ของเราเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายที่สมบูรณ์ที่สุด ด้วยเหตุนี้ เราดีกว่าพวกท่าน โองการนี้และโองการถัดไปจึงประทานลงมา เพื่อตักเตือนการเข้าใจผิดของพวกเขา และย้ำว่าคุณค่าของแต่ละคนอยู่ที่การกระทำตามหลักคำสอน
คำอธิบาย คุณสมบัติพิเศษของผู้โกหก
โองการทั้งสองข้างต้นจัดว่าเป็นรากฐานสำคัญของอิสลาม กล่าวถึงคุณค่าของบุคคล ผลรางวัล และการลงโทษ ซึ่งทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับคำกล่าวอ้าง หรือความเพ้อฝันของพวกเขา ทว่าขึ้นอยู่กับการกระทำและความศรัทธา สิ่งนี้เป็นรากฐานที่มั่นคง และเป็นแบบฉบับที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ เป็นกฎสากลที่สร้างสรรค์ให้ประชาชาติทั้งหลายมีความเสมอภาคกัน โองการกล่าวว่า มันจะไม่เป็นไปตามความเพ้อฝันของสูเจ้า และไม่เป็นไปตามความเพ้อฝันของชาวคัมภีร์
หลังจากโองการประทานลงมามุสลิมบางคนเกิดความหวาดกลัว และบางคนร้องไห้เพราะความกลัวนั้น เนื่องจากเข้าใจดีว่ามนุษย์เป็นผู้มีความผิดพลาด เป็นไปได้ที่เขาจะล่วงละเมิดกระทำความผิด ไม่มีการอภัยหรือลุแก่โทษในความผิด และทุกความผิดต้องถูกลงโทษแล้ว สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาอันใหญ่หลวง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงกล่าวแก่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่า โองการนี้จะไม่หลงเหลือสิ่งใดแก่เราอีกต่อไป ท่านศาสดากล่าวว่า ขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตของฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ เรื่องราวเป็นดั่งที่โองการได้ประทานลงมา แต่ฉันขอแจ้งข่าวดีแก่ท่านทั้งหลายว่า สิ่งที่เป็นสาเหตุให้ท่านใกล้ชิดกับพระเจ้าคือ การประกอบการดี
หลังจากนั้นโองการกล่าวว่า ผู้ใดกระทำชั่ว ก็จะถูกตอบแทนตามนั้น และเขาจะไม่พบผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลืออื่นใดสำหรับเขา
สิ่งที่เข้าใจได้จากประโยคข้างต้นคือ ในวันฟื้นคืนชีพการชะฟาอะฮฺ (การอนุเคราะห์ หรือการช่วยเหลือพิเศษ) จะถูกยกเลิกและจะไม่มีผู้ช่วยเหลืออื่นใดนอกจากพระเจ้า ทว่าชะฟาอะฮฺมิได้หมายความว่าผู้ให้ชะฟาอะฮฺ เช่น ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) บรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ และบรรดากัลยาณชนจะมีอำนาจให้ชะฟาอะฮฺโดยลำพัง การชะฟาอะฮฺของพวกเขาต้องได้รับอนุญาตจากพระเจ้า ถ้าปราศจากการอนุญาตของพระองค์ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ให้ชะฟาอะฮฺ ด้วยเหตุนี้ การชะฟาอะฮฺทั้งหมดจึงย้อนกลับไปหาพระเจ้า
โองการถัดมาพระเจ้าทรงสัญญาแก่ผู้ศรัทธาว่า ผู้ใดกระทำความดีงาม ไม่ว่าจะเป็นชายหรือเป็นหญิงก็ตาม ในฐานะเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้น พวกเขาจะได้เข้าสวรรค์ และจะไม่ถูกอยุติธรรมแม้เท่ารูเมล็ดอินทผลัม