โองการที่ 117,118,119,120,121 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
เป้าหมายของมารร้ายที่มีต่อมนุษย์
إِن يَدْعُونَ مِن دُونِهِ إِلا إِنَثاً وَ إِن يَدْعُونَ إِلا شيْطناً مَّرِيداً (117) لَّعَنَهُ اللَّهُ وَ قَالَ لاَتخِذَنَّ مِنْ عِبَادِك نَصِيباً َّفْرُوضاً(118) وَ لاُضِلَّنَّهُمْ وَ لاُمَنِّيَنَّهُمْ وَ لاَمُرَنَّهُمْ فَلَيُبَتِّكنَّ ءَاذَانَ الاَنْعَمِ وَ لاَمُرَنهُمْ فَلَيُغَيرُنَّ خَلْقَ اللَّهِ وَ مَن يَتَّخِذِ الشيْطنَ وَلِيًّا مِّن دُونِ اللَّهِ فَقَدْ خَسِرَ خُسرَاناً مُّبِيناً(119) يَعِدُهُمْ وَ يُمَنِّيهِمْ وَ مَا يَعِدُهُمُ الشيْطنُ إِلا غُرُوراً(120)أُولَئك مَأْوَاهُمْ جَهَنَّمُ وَ لا يجِدُونَ عَنهَا محِيصاً(121)
ความหมาย
๑๑๗. (ผู้ตั้งภาคี) นอกจากพระองค์ (พระเจ้า) เฉพาะเจว็ดหญิง (ในฐานะสิ่งสักการะ) ที่พวกเขาวิงวอนขอ และพวกเขามิได้วิงวอนสิ่งใด นอกจากซาตานมารร้ายที่ดื้อรั้นเท่านั้น
๑๑๘. อัลลอฮฺ ได้ทรงทำให้ห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ และมารกล่าวว่า แน่นอน ฉันจะเอาจากปวงบ่าวขององค์ ซึ่งส่วนที่ถูกกำหนดไว้
๑๑๙. แน่นอน ฉันจะทำให้พวกเขาหลงทาง และแน่นอน ฉันจะทำให้พวกเขาเพ้อฝัน และแน่นอน ฉันจะบัญชาพวกเขา (ให้กระทำชั่ว) แล้วแน่นอน พวกเขาจะปราดหูปศุสัตว์ และแน่นอน ฉันจะบัญชาพวกเขา และแน่นอน พวกเขาจะเปลี่ยนการสร้างของอัลลอฮฺ และผู้ใดเลือกเอาซาตานมารร้ายเป็นผู้คุ้มครองแทนพระเจ้า ดังนั้น แน่นอนเขาจะประสบการขาดทุนอันชัดแจ้ง
๑๒๐. มารจะให้สัญญา (โกหก) พวกเขา จะทำให้พวกเขาเพ้อฝัน ขณะที่มารจะไม่สัญญาใด ๆ แก่พวกเขา นอกจากการหลอกลวงเท่านั้น
๑๒๑. เหล่านี้ (พวกเจริญรอยตามมาร) ที่พำนักของพวกเขาคือ นรก และพวกเขาจะไม่พบทางหนีออกจากนรก
คำอธิบายแผนการของซาตานมารร้าย
โองการแรกกล่าวถึงสถานภาพของผู้ตั้งภาคีทั้งหลาย ซึ่งโองการก่อนหน้านี้กล่าวถึงชะตากรรมที่เลวร้ายและสาเหตุที่พวกเขาหลงทาง พวกเขาสิ้นคิดที่ละทิ้งพระผู้สร้างแห่งสากลโลก และหันไปสักการะรูปปั้นที่ไม่มีประโยชน์แม้แต่นิดเดียว เฉพาะเจว็ดหญิง (ในฐานะสิ่งสักการะ) ที่พวกเขาวิงวอนขอ ทั้งที่สิ่งนั้นไม่มีจิตวิญญาณไม่ให้คุณและให้โทษแต่อย่างใด สิ่งสำคัญ สิ่งสักการะของบรรดาผู้ตั้งภาคีในโองการข้างต้น เน้นให้เห็นเฉพาะ 2 สิ่งเท่านั้น กล่าวคือ อุนาซ และชัยฏอนมะรีดัน
คำว่า อินาซัน เป็นพหูพจน์ของคำว่า อุนซา มาจากคำว่า อะนะซะ หมายถึงสิ่งที่เป็นเพศเมีย สามารถสัมผัสและเปลี่ยนแปลงสถานะได้ ดังนั้น เวลาหลอมเหล็กอาหรับจึงกล่าวว่า อะนะซับฮะดีด และกล่าวเรียกเพศหญิงว่า อุนาซิน หรือมุอันนัซ เนื่องจากมีความอ่อนไหวและเปลี่ยนแปลงเสมอ หมายถึง สิ่งที่พวกเขาเคารพสักการะเป็นสิ่งถูกสร้างที่อ่อนแอ ได้มาอย่างง่ายดาย และสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลายิ่งไปกว่านั้นสิโรราบให้กับทุกเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้น อีกนัยหนึ่ง สามารถกล่าวได้ว่าสิ่งเคารพสักการะของพวกเขาไม่มีอำนาจ ไม่มีการเลือกสรรใด และเป็นแหล่งกำเนิดความเสียหายทั้งปวง
คำว่า มะรีด มาจากคำว่า มะเราะดะ หมายถึงการล่วงหล่นของใบไม้ หรือเขาสัตว์ ด้วยเหตุนี้ คำว่าชัยฏอนมะรีบ จึงหมายถึง มารร้ายที่คุณสมบัติอันดีงามได้เลือนหายไปจากตัว ไม่มีความเข็มแข็งใดหลงเหลืออยู่อีก
ดังนั้น อัล-กุรอานจึงเรียบเรียงสิ่งที่พวกเขาเคารพบูชาไว้ในขบวนสิ่งที่ไม่มีผลสะท้อน ไม่มีคุณสมบัติ สิ่งไร้สาระ และนำพามาซึ่งความเสียหายทั้งปวง ฉะนั้น บุคคลที่ยอมจำนนต่อสิ่งสักการะเหล่านี้ พวกเขาย่อมหลงผิดอย่างชัดแจ้ง
หลังจากนั้น โองการถัดมากล่าวถึงคุณสมบัติของซาตานมารร้าย เป้าหมาย และการตั้งตนเป็นศัตรูอย่างชัดเจนกับปวงบ่าว และอธิบายถึงแผนการต่าง ๆ ของมาร แต่ก่อนอื่นใดอัล-กุรอาน กล่าวว่า พระองค์ทรงทำให้มารร้ายห่างไกลจากความเมตตาของพระองค์ (ละนะฮุลลอฮฺ) ซึ่งในความเป็นจริงความชั่วช้าของมารสืบเนื่องมาจากสิ่งนี้ อันเป็นผลมาจากความยโสโอหัง และความดื้อรั้นของมาร
หลังจากนั้นอัล-กุรอาน กล่าวว่า ซาตานได้สาบานว่าจะกระทำตามแผนการของตน ดังต่อไปนี้
๑.มารจะเอาจากปวงบ่าวขององค์ ซึ่งส่วนที่ถูกกำหนดไว้ ซึ่งมารรู้ดีว่าไม่สามารถลวงบ่าวทุกคนให้หลงทางได้ เฉพาะบุคคลที่มีศรัทธาอ่อนแอ เป็นทาสของอารมณ์ และไม่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตที่จะยอมจำนนต่อตน
๒. มารสาบานว่าจะลวงปวงบ่าวที่อ่อนแอในหลงทาง
๓. มารจะให้สร้างความเพ้อฝัน และความฟุ้งเฟื้อทั้งระยะสั้น และระยะยาวแก่พวกเขา
๔. มารจะเชิญชวนปวงบ่าวไปสู่การกระทำชั่ว และหลงทาง เช่น มารจะบัญชาพวกเขาให้ปราดหูปศุสัตว์ หรือตัดทิ้ง สิ่งนี้บ่งชี้ให้เห็นถึงการกระทำที่ชั่วช้าของพวกโฉดเขลา ซึ่งเป็นความเคยชินในหมู่พวกตั้งภาคีทั้งหลายที่พวกเขานิยมปราดหูสัตว์ หรือตัดทิ้ง หรือห้ามขี่ ซึ่งไม่สามารถใช้ประโยชน์อันใดได้อีก
๕. มารจะทำให้พวกเขาเปลี่ยนแปลงการสร้างของพระเจ้า ประโยคนี้แสดงให้เห็นว่าในเบื้องแรกมนุษย์ทุกคนยอมรับในความเป็นเอกะของพระเจ้า และคุณลักษณะสมบูรณ์ของพระองค์ แต่เนื่องจากการยุแหย่ของซาตานมารร้าย และอารมณ์ฝ่ายต่ำของมนุษย์ได้ฉุดกระชากเขาให้หันเหออกจากสัจธรรม
อิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า จุดประสงค์ของการเปลี่ยนแปลงการสร้างของพระเจ้า หมายถึง การเบี่ยงเบนออกจากความเป็นเอกะของพระเจ้า และพระบัญชาของพระองค์
สุดท้าย โองการกล่าวถึงกฎสากลทั่วไปว่า และผู้ใดเลือกเอาซาตานมารร้ายเป็นผู้คุ้มครองแทนพระเจ้า ดังนั้น แน่นอนเขาจะประสบการขาดทุนอันชัดแจ้ง
โองการถัดมา เป็นเหตุผลที่อธิบายความของโองการก่อนหน้านี้และเตือนสติปวงบ่าวว่า มารจะให้สัญญาโกหกแก่พวกเขา จะทำให้พวกเขาฟุ้งเฟื้อ ขณะที่มารจะไม่สัญญาใด ๆ แก่พวกเขา นอกจากการหลอกลวงเท่านั้น
โองการสุดท้าย กล่าวถึงชะตากรรมที่น่าสงสารของปวงบ่าวที่เดินตามรอยเท้าของมารร้ายว่า พวกเจริญรอยตามมาร สถานที่พำนักของพวกเขาคือ นรก และพวกเขาจะไม่พบทางหนีออกจากนรก