@laravelPWA
โองการที่ 104 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 104 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 19:40:29 8-6-1404

โองการที่ 104 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์


وَ لا تَهِنُوا فى ابْتِغَاءِ الْقَوْمِ إِن تَكُونُوا تَأْلَمُونَ فَإِنَّهُمْ يَأْلَمُونَ كَمَا تَأْلَمُونَ وَ تَرْجُونَ مِنَ اللَّهِ مَا لا يَرْجُونَ وَ كانَ اللَّهُ عَلِيماً حَكِيماً (104)

ความหมาย

๑๐๔. และเจ้าจงอย่าท้อถอยที่จะติดตามกลุ่มชน (ศัตรู) ถ้าสูเจ้าได้รับบาดเจ็บ พวกเขาก็รับบาดเจ็บด้วยดั่งที่สูเจ้าได้รับบาดเจ็บ และสูเจ้ามีความหวังต่อ อัลลอฮฺ แต่พวกเขาไม่มี และอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ

สาเหตุแห่งการประทานลงมา

อิบนุอับบาซ กล่าวว่า หลังจากสงครามอุฮุดเสร็จสิ้น ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ได้ขึ้นไปบนเนินเขาอุฮุด และอบูซฟยานหัวหน้าผู้ปฏิเสธได้ขึ้นไปบนเนินเขาด้วย เขากล่าวว่า โอ้มุฮัมมัด วันหนึ่งท่านได้รับชัยชนะ ส่วนวันนี้ฉันได้รับชนะทดแทนวันที่ฉันพ่ายแพ้ในสงครามบัรด์เราเสมอกันแล้ว ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวกับมุสลิมว่า จงตอบเขาไปซิ บรรดามุสลิมกล่าวว่า สถานภาพของเรากับเจ้าจะไม่มีเสมอกันเด็ดขาด เนื่องจากชะฮีด (ผู้พลีชีพ) ของเราอยู่ในสวรรค์ ส่วนผู้คนที่ล้มตายของเจ้าอยู่ในนรก

อบุซุฟยาน ตะโกนด้วยความโกรธว่า พวกเรามีเทวรูปตัวใหญ่ อุซซา ส่วนพวกเจ้าไม่มี

ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า แก่มุสลิมว่า พวกเจ้าจงตอบเขาไปว่า ผู้คุ้มครองเราคืออัลลอฮฺ พระเจ้าผู้เกรียงไกรและทรงอานุภาพ ส่วนพวกเจ้าไม่มีผู้คุ้มครอง

อบุซุฟยาน ไม่สามารถกล่าวคำพูดใดได้อีก ได้แต่จับอุซซาขึ้นมา และกอดเทวรูปที่ชื่อเฮบิล พร้อมกับกล่าวว่า เฮบิล จงเจริญ

ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) สั่งให้มุสลิมกล่าวสิ่งที่เหนือกว่าว่า แท้จริงอัลลอฮฺ ผู้ทรงสูงส่งและทรงอานุภาพเหนือทุกสรรพสิ่ง

อบูซุฟยาน เล็งเห็นว่าเขาไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากสิ่งที่กล่าวออกไป เขาจึงตะโกนขึ้นว่า แล้วเราจะเผชิญหน้ากันอีกบนพื้นแผ่นดินบัรด์ซุฆรอ

บรรดามุสลิม กลับจากสนามรบพร้อมกับความพ่ายแพ้ที่บอบช้ำที่สุด เวลานั้นโองการได้ประทานลงมาเพื่อย้ำเตือนพวกเขาว่า จงอย่าท้อแท้ในการติดตามศัตรู และจงอย่าเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

สาเหตุแห่งการประทานลงมาของโองการสอนว่า จงอย่าเผอเรอกับกลลวงและเทคนิคของศัตรู จงใช้เหตุผลที่เหนือกว่าเหตุผลของศัตรู และจงใช้อาวุธที่ดีกว่าอาวุธของศัตรูเพราะมิเช่นนั้นผลประโยชน์จะตกเป็นของศัตรู

ด้วยเหตุนี้ ในยุคของเราแทนที่การมีอคติต่อกัน ควรร่วมมือกันต่อสู้กับเหตุการณ์ร้ายไม่ว่าจะเป็นการเข่นฆ่าชีวิตมุสลิม การเอาเปรียบ การทำลายวัฒนธรรมอิสลาม ตาราต่าง ๆ ในเชิงลบที่ผลิตออกมาเพื่อต่อต้านอิสลาม และสื่อโฆษณาชวนเชื่อทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการของบรรดาศัตรูอิสลาม มุสลิมต้องรู้จักการใช้สื่อสามารถควบคุมและผลิตสื่อได้ด้วยตนเอง เพราะในโลกการสื่อสารที่ไร้พรมแดนสื่อ คืออาวุธสำคัญที่สุด ที่สามารถสร้างตัวแสดงให้เป็นพระเอกหรือโจรก็ได้ ดังที่ ประจักษ์ชัดอยู่ในปัจจุบันพวกเขาใส่ร้ายมุสลิมว่า เป็นผู้ก่อการร้ายสากล เป็นอันตรายต่อนานาประเทศต้องปราบชนิดขุดรากถอนโคน ฉะนั้น เป็นหน้าที่ของมุสลิมที่ต้องส่งเสริมด้านการศึกษา พัฒนาวัฒนธรรม และเศรษฐกิจให้เจริญรุ่งเรืองทัดเที่ยมคนอื่น สิ่งเหล่านี้สามารถปกป้องมุสลิมให้ยืนหยัดทางสังคม บนฐานะภาพของตนเองต่อไปได้

คำอธิบาย

โองการนี้กล่าวถึงจิตวิญญาณที่เสียสละในหมู่มุสลิมว่า จงอย่าท้อถอยที่จะติดตามศัตรู บ่งบอกให้เห็นว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูที่ร้ายกาจ จงปกป้องจิตวิญญาณของนักต่อสู้ เนื่องมีผลอย่างยิ่งต่อการต่อสู้ต่อไปในอนาคต

หลังจากนั้นโองการอธิบายถึงเหตุผลดังกล่าวว่า เพราะเหตุใดสูเจ้าจึงแสดงความอ่อนแอ ขณะในสงครามถ้าสูเจ้าได้รับบาดเจ็บหรือประสบกับความยากลำบาก ฝ่ายศัตรูก็ได้รับเหมือนที่สูเจ้าได้รับ แต่สูเจ้ากับศัตรูมีความแตกต่างกันกล่าวคือ สูเจ้ามีความหวังในพระเจ้า ส่วนฝ่ายศัตรูนั้นไม่มี

สุดท้ายโองการเน้นว่า จงอย่าลืมทั้งหมดเหล่านี้ ทั้งความยากลำบาก บาดเจ็บที่ได้รับ ความพยายาม ความอ่อนแอท้อถอย การสมานฉันท์ และการกระทำอื่น ๆ ที่สูเจ้ากระทำมิอาจรอดพ้นสายตาของพระองค์ไปได้ เนื่องจากพระเจ้า เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ ฉะนั้น สูเจ้าจะได้เห็นสิ่งที่สูเจ้ากระทำในไม่ช้านี้