@laravelPWA
โองการที่ 103 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 103 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 19:40:28 8-6-1404

โองการที่ 103 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์ 


ความสำคัญของนมาซ
فَإِذَا قَضيْتُمُ الصلَوةَ فَاذْكرُوا اللَّهَ قِيَماً وَ قُعُوداً وَ عَلى جُنُوبِكمْ فَإِذَا اطمَأْنَنتُمْ فَأَقِيمُوا الصلَوةَ إِنَّ الصلَوةَ كانَت عَلى الْمُؤْمِنِينَ كِتَباً مَّوْقُوتاً (103)

ความหมาย

๑๐๓. ดังนั้น เมื่อสูเจ้านมาซเสร็จแล้ว จงรำลึกถึงอัลลอฮฺ ทั้งในยามยืน ยามนั่ง และในยามนอนตระแคลง ครั้นเมื่อสูเจ้าปลอดภัย (ไม่มีความหวาดกลัว) จงดำรงนมาซตามปกติ แท้จริง นมาซเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดแน่นอนสำหรับผู้ศรัทธา

คำอธิบาย การให้ความสำคัญนมาซวาญิบ (ข้อบังคับ)

โองการที่แล้วและโองการที่กำลังกล่าวถึง ทั้งสองได้ให้ความสำคัญต่อนมาซอย่างยิ่ง แม้ในภาวะสงครามก็ต้องนมาซ ดังนั้น จุดประสงค์ของการรำลึกถึงพระเจ้า ทั้งในยามยืน ยามนั่ง และยามนอน อาจเป็นเพราะว่าในสงครามทหารต้องอยู่ในสภาพต่าง ๆ ทั้งยืน ทั้งนั่ง และนองตระแคลงพร้อมกับจับอาวุธของตนไว้อย่างมั่นคง เพื่อเตรียมต่อการจู่โจมของข้าศึก

โองการข้างต้นกล่าวถึงคำสั่งสำคัญในอิสลาม ซึ่งความหมายของการนมาซในเวลาที่กำหนดแน่นอน มิได้หมายถึงการปล่อยวางสิ่งอื่น และการลืมพระเจ้า

หลังจากนั้นอัล-กุรอาน กล่าวว่าคำสั่งนมาซเป็นคำสั่งพิเศษ ครั้นเมื่อความหวาดกลัวหมดไปจำเป็นต้องนมาซตามปกติ

สุดท้าย โองการกล่าวถึงนมาซว่า เนื่องจากนมาซเป็นบัญญัติที่ถูกกำหนดแน่นอนสำหรับผู้ศรัทธา คำว่า เมากูต หมายถึง เวลา ดังนั้น ความหมายของโองการจึงหมายถึงว่า แม้แต่ในสงครามมุสลิมจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่นี้ เนื่องจากนมาซมีเวลากำหนดแน่นอน ซึ่งไม่สามารถละเลยได้