@laravelPWA
โองการที่ ๙๒ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ ๙๒ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 23:49:38 8-6-1404

โองการที่ ๙๒ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์


การฆ่าโดยไม่เจตนา และคล้ายกับเจตนา
وَ مَا كانَ لِمُؤْمِنٍ أَن يَقْتُلَ مُؤْمِناً إِلا خَطئاً وَ مَن قَتَلَ مُؤْمِناً خَطئاً فَتَحْرِيرُ رَقَبَةٍ مُّؤْمِنَةٍ وَ دِيَةٌ مُّسلَّمَةٌ إِلى أَهْلِهِ إِلا أَن يَصدَّقُوا فَإِن كانَ مِن قَوْمٍ عَدُوٍّ لَّكُمْ وَ هُوَ مُؤْمِنٌ فَتَحْرِيرُ رَقَبَةٍ مُّؤْمِنَةٍ وَ إِن كانَ مِن قَوْمِ بَيْنَكمْ وَ بَيْنَهُم مِّيثَقٌ فَدِيَةٌ مُّسلَّمَةٌ إِلى أَهْلِهِ وَ تحْرِيرُ رَقَبَةٍ مُّؤْمِنَةٍ فَمَن لَّمْ يَجِدْ فَصِيَامُ شهْرَيْنِ مُتَتَابِعَينِ تَوْبَةً مِّنَ اللَّهِ وَ كانَ اللَّهُ عَلِيماً حَكيماً(92)

ความหมาย

๙๒. และไม่อนุญาตให้ผู้ศรัทธาคนใดฆ่าผู้ศรัทธา นอกจากโดยผิดพลาด และ (อย่างไรก็ตาม) ผู้ใดฆ่าผู้ศรัทธาโดยผิดพลาด ดังนั้น ต้องปล่อยทาสผู้ศรัทธาหนึ่งคนให้เป็นไท (เป็นข้อบังคับ) และจ่ายค่าทำขวัญแก่ครอบครัวของเขา นอกเสียจากว่าพวกเขาอภัยให้ แต่ถ้าหากเขา (ผู้ตาย) อยู่ในหมู่ชนเป็นศัตรูต่อสูเจ้า (ผู้ปฏิเสธ) ขณะที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ให้ปล่อยทาสผู้ศรัทธาคนหนึ่งเป็นไท (เป็นข้อบังคับ แต่ไม่ต้องจ่ายค่าทำขวัญ) แต่ถ้าเขา (ผู้ตาย) อยู่ในหมู่ชนที่ระหว่างสูเจ้ากับพวกเขามีพันธะสัญญาต่อกัน ให้จ่ายค่าทำขวัญแก่ครอบครัวของเขา และให้ปล่อยทาสผู้ศรัทธาคนหนึ่งเป็นไท แต่ถ้าไม่พบ (ทาสผู้ศรัทธา) ให้ถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน (เป็นข้อบังคับ) การนิรโทษ (เป็นการผ่อนปรน) จากอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ

สาเหตุของการประทานโองการ

ผู้ตั้งภาคีชาวมักกะฮฺคนหนึ่งนามว่า ฮาริซ บุตรของยะซีด เขาได้รับความช่วยเหลือจาก อบูญะฮัล ให้กลั่นแกล้ง อะยาช บุตรของอบี เราะบีอะฮฺ ซึ่งเพิ่งจะเข้ารับอิสลาม หลังจากมุสลิมอพยพไปยังมะดีนะฮฺ อะยาซก็อพยพตามไปด้วย อยู่มาวันหนึ่งเขาเผอิญพบกับฮาริซคนที่เคยกลั่นแกล้งเขาเป็นประจำ ณ บริเวณหนึ่งใกล้ ๆ กับมะดีนะฮฺ เขาได้ฉวยโอกาสสังหาร ฮาริซทันที่ โดยคิดว่าได้ทำลายศัตรูอิสลามให้ตายไปคนหนึ่ง ขณะที่เขาคิดไม่ถึงว่า ฮาริซได้ลุแก่โทษและเป็นมุสลิมแล้ว หลังจากนั้นเขาได้เล่าเหตุการณ์ให้ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ฟัง โองการจึงได้ประทานลงมา เพื่อชี้แจงประเด็นการสังหารผิดพลาด

คำอธิบาย บัญญัติของการสังหารผิดพลาด

การสังหารบุคคลอื่นมีโอกาสเป็นไปได้ 3 ทางคือ ฆ่าโดยเจตนา หรือไม่ได้เจตนาผิดพลาด หรือคล้ายกับการเจตนา การฆ่าโดยเจตนาหมายถึง ตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะฆ่า ซึ่งกระทำการบนความต้องการ และมีอาวุธเป็นสื่อในการฆ่า การฆ่าโดยไม่ได้เจตนา หมายถึง ผู้ฆ่าไม่ได้ตั้งใจมาก่อน หรือไม่มีความคิดว่าจะฆ่าผู้ใด แต่ด้วยความบังเอิญเขาได้ฆ่าคน เช่น เขาตั้งใจยิงนกแต่เผอิญกระสุนไปโดนคนตาย การฆ่าที่คล้ายกับเจตนา หมายถึง ทั้งสองทะเลาะวิวาทกันต่างคนต่างตี โดยไม่มีเจตนาว่าจะฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง แต่เผอิญว่าฝ่ายตรงข้ามตาย

การฆ่าทั้งสามกรณีมีบทบัญญัติที่เฉพาะเจาะจงให้ปฏิบัติ ดังที่กล่าว อธิบายไว้ในตำราฟิกฮ์ (นิติศาสตร์อิสลาม) ซึ่งการฆ่าคนโดยเจตนา ผู้ฆ่าต้องถูกประหารชีวิตให้ตายไปตามกัน การฆ่าโดยไม่ได้เจตนาต้องเสียค่าทำขวัญ แต่ผู้ฆ่าไม่ต้องเสียญาติพี่น้องฝ่ายบิดาต้องเสียแทน ส่วนการฆ่าที่คล้ายกับเจตนาผู้ฆ่าต้องเสียค่าปรับ และทั้งสามกรณีผู้ฆ่าต้องเสียค่าไถ่

โองการข้างต้นกล่าวถึงการฆ่าโดยเจตนา กล่าวว่า ไม่อนุญาตให้ผู้ศรัทธาคนใดฆ่าผู้ศรัทธา นอกจากโดยผิดพลาดหมายถึง ถ้าเกิดจากความไม่ได้ตั้งใจ หรือผิดพลาดเขาจะไม่ถูกประหารชีวิต อย่างไรก็ตามเป็นวาญิบ (ข้อบังคับ) ที่เขาต้องปล่อยทาสผู้ศรัทธาให้เป็นไทพร้อมจ่ายค่าทำขวัญแก่ครอบครัวผู้ถูกฆ่า และต้องจ่ายค่าปรับเว้นเสียแต่ว่าครอบครัวของผู้ถูกฆ่ายกโทษให้

กรณีที่ผู้ถูกฆ่าเป็นมุสลิม แต่มาจากกลุ่มชนที่ไม่ได้เป็นมุสลิม หมายถึงทายาทของเขามิได้เป็นมุสลิม กรณีนี้เฉพาะค่าปรับเท่านั้นจำเป็น ส่วนค่าทำขวัญไม่จำเป็น เนื่องจากทายาทเป็นผู้รับค่าทำขวัญและผู้ตายไม่มีทายาทเป็นมุสลิม ถ้าผู้ถูกฆ่าเป็นผู้ปฏิเสธที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอิสลาม หรือเป็น กาฟิรมะอาฮิด หมายถึง ผู้ปฏิเสธที่มีพันธะสัญญาที่ดีกับมุสลิม กรณีนี้คล้ายกับการฆ่ามุสลิมโดยเจตนา ซึ่งผู้ฆ่าต้องจ่ายค่าปรับและค่าทำขวัญแก่ครอบครัวของผู้ตาย

ขณะที่ผู้ฆ่าไม่สามารถปล่อยทาสผู้ศรัทธาให้เป็นไทได้ เช่น ไม่มีทาสผู้ศรัทธา หรือไม่มีสตางค์ซื้อทาสผู้ศรัทธาเพื่อปลดปล่อย กรณีนี้ต้องถือศีลอดสองเดือนติดต่อกัน ถ้าผู้ฆ่าปฏิบัติเช่นนี้พระเจ้าทรงยอมรับและทรงอภัยบาปแก่เขา เนื่องจากพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ

การฆ่าคนโดยไม่ได้เจตนาต้องเสียค่าปรับอย่างไร ตรงนี้จะขอกล่าวพอสังเขปดังนี้

๑. การฆ่าคนโดยไม่ได้เจตนา ผู้ฆ่าไม่ต้องจ่ายค่าทำขวัญแก่ครอบครัวผู้ถูกฆ่า แต่ญาติฝ่ายบิดามารดาต้องจ่ายแทน หรือญาติฝ่ายบิดาอย่างเดียว เช่น อา หรือพี่น้องของอา หรือบรรดาลูกของพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่สามารถกระทำได้ เป็นหน้ามี่ของผู้รับผิดชอบ และถ้าไม่สามารถกระทำได้อีกเป็นหน้าที่ของอิมามที่ต้องเอากองคลังอิสลามจ่ายแทน อีกด้านหนึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจกระทำความผิด จึงได้มอบให้ญาติพี่น้องเป็นผู้เสียค่าทำขวัญและค่าปรับแทน ขณะเดียวกัน

๒. การจ่ายค่าปรับสามารถจ่ายในลักษณะของการผ่อนส่ง ภายใน 3 ปี

๓. ค่าปรับในอิสลามจำเป็นต้องจ่ายให้ทายาทของผู้ตายแบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้

- อูฐ 100 ตัว หรือวัว 200 ตัว หรือแพะ 1000 ตัว หรือเสื้อผ้า 200 ชุด หรือ หรือทองคำหนัก 1000 ดินาร หรือเงินหนัก 10,000 ดิรฮัม ซึ่งผู้ฆ่าสามารถเลือกปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดได้ โดยที่ญาติของผู้ตายไม่สามารถบังให้เขาจ่ายตามที่ตนประสงค์ได้

๔.อันดับแรกหนึ่งในหกสิ่งที่กล่าวมาเป็นวาญิบ (ข้อบังคับ) ต้องจ่าย แต่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันและจ่ายเป็นสตางค์ได้

๕. ถ้าฆ่าในเดือนต้องห้าม (เราะญับ ซิลเกาะอิดะฮฺ ซิลฮิจญะฮฺ และมุฮัรรอม) ต้องเสียค่าปรับเพิ่มจากเดิมอีก 1 ใน 3 ของค่าปรับ

๖.ค่าปรับของสตรีครึ่งหนึ่งของผู้ชาย ดังนั้น ถ้าหญิงคนหนึ่งฆ่าคนตายโดยเจตนา สามารถประหารชีวิตเธอได้ต่อเมื่อ ต้องจ่ายค่าปรับครึ่งหนึ่งให้แก่ครอบครัวของนาง

๗.ค่าปรับของผู้ปฏิเสธที่อาศัยแผ่นดินอิสลามอยู่คือ 700,000 ดิรฮัม ส่วนผู้ปฏิเสธที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในแผ่นดินอิสลามไม่มีค่าปรับ