@laravelPWA
โองการที่ ๙๐ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ ๙๐ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 19:40:29 8-6-1404

โองการที่ ๙๐ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์

 


إِلا الَّذِينَ يَصِلُونَ إِلى قَوْمِ بَيْنَكُمْ وَ بَيْنهُم مِّيثَقٌ أَوْ جَاءُوكُمْ حَصرَت صدُورُهُمْ أَن يُقَتِلُوكُمْ أَوْ يُقَتِلُوا قَوْمَهُمْ وَ لَوْ شاءَ اللَّهُ لَسلَّطهُمْ عَلَيْكمْ فَلَقَتَلُوكُمْ فَإِنِ اعْتزَلُوكُمْ فَلَمْ يُقَتِلُوكُمْ وَ أَلْقَوْا إِلَيْكُمُ السلَمَ فَمَا جَعَلَ اللَّهُ لَكمْ عَلَيهِمْ سبِيلاً(90)

ความหมาย

๙๐. ยกเว้นบรรดาผู้ที่ติดต่ออยู่กับชนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งระหว่างสูเจ้ากับพวกมีพันธะสัญญา หรือบรรดาผู้มายังสูเจ้า โดยที่หัวอกของพวกเขาประหวั่นที่จะสู้รบกับสูเจ้า หรือต่อสู้กับหมู่ชนของพวกเขา และมาตรว่าอัลลอฮฺทรงประสงค์ แน่นอน พระองค์จะทรงทำให้พวกเขามีอำนาจเหนือสูเจ้า และสู้รบกับสูเจ้า ดังนั้น ถ้าพวกเขาได้ล่าถอยจากสูเจ้า และไม่ต่อสู้กับสูเจ้า และได้เสนอการประนีประนอมแก่สูเจ้า ดังนั้น อัลลอฮฺ ไม่ทรงกำหนดหนทางใดให้สูเจ้าขัดขวางพวกเขา

สาเหตุแห่งการประทานลงมา

รายงานจำนวนมากมายที่กล่าวถึงสาเหตุแห่งการประทานลงมา ซึ่งเข้าใจได้ว่ามีชน 2เผ่าในหมู่อาหรับนามว่า บนี ฎุมเราะฮฺ และอัชญะฮฺ ซึ่งชนเผ่าแรกมีพันธะสัญญากับบรรดามุสลิม ส่วนเผ่าที่สองมีพันธะสัญญากับเผ่าแรก

มุสลิมบางคนกลัวอำนาจของเผ่า บนี ฎุมเราะฮฺ และการบิดพลิ้วสัญญา ด้วยเหตุนี้ มีผู้เสนอท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ว่าก่อนที่พวกเขาจะโจมตีฝ่ายเรา ให้เราโจมตีเขาก่อน ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า มุสลิมจะไม่มีวันเริ่มต้นสงครามก่อนเด็ดขาด เนื่องจากพวกเขาทำดีกับบิดามารดา และมีเมตตากับญาติพี่น้อง อีกทั้งพวกเขาซื่อสัตย์ต่อสัญญา

หลังจากนั้นมุสลิมได้ข่าวว่าเผ่า อัชญะฮฺ ซึ่งมีมัซอูด บุตรของเราะญีละฮฺ เป็นหัวหน้ามีสมัครพรรคพวกอยู่ประมาณ 70 คน เดินทางมาเกือบถึงมะดีนะฮฺ ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้ส่งคนไปสืบเพื่อตรวจสอบว่าเป้าหมายของพวกเขาต้องการอะไร พวกเขากล่าวว่าด้านหนึ่งเราไม่มีความสามารถรบพุ่ง หรือเป็นศัตรูกับพวกท่านได้ เนื่องจากเรามีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับพวกเราไม่ปรารถนาการสงครามและอยู่ใกล้กับท่าน ด้วยเหตุนี้ เรามาที่นี้เพื่อยกเลิกพันธะสัญญากับพวกท่าน เวลานั้นโองการได้ประทานลงมา เพื่อเตือนสติบรรดามุสลิม

คำอธิบาย การตอบรับข้อเสนอให้มีการประนีประนอม

โองการก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้จัดการพวกสับปลับที่ร่วมมือกับศัตรูของอิสลามอย่างเด็ดขาด ส่วนโองการนี้มีคำสั่งว่ามีชน 2กลุ่มได้รับการยกเว้นจากกฎเกณ์ข้างต้นได้แก่

๑. พวกเขาได้ร่วมมือกับผู้ที่มีพันธะสัญญากับเจ้า และตกลงกันอย่างลับ ๆ

๒. บรรดาผู้มายังสูเจ้า โดยที่หัวอกของพวกเขาประหวั่นที่จะสู้รบกับสูเจ้า หรือต่อสู้กับหมู่ชนของพวกเขา หมายถึงกลุ่มชนที่ไม่พร้อมต่อสู้กับเจ้า และไม่พร้อมที่จะช่วยเหลือเจ้า

หลังจากนั้น โองการเตือนสำทับบรรดามุสลิมว่าอย่ากำเริบสืบสาน เพราะสิ่งนั้นไม่สามารถรักษาอำนาจ หรือเจ้าจะอิงอาศัยได้ตลอดไป อัล-กุรอานกล่าวว่า มาตรว่าอัลลอฮฺ ทรงประสงค์ แน่นอน พระองค์จะทรงทำให้พวกเขามีอำนาจเหนือสูเจ้า

ด้วยเหตุนี้ จำเป็นอย่างยิ่งต้องรำลึกถึงพระเจ้าร่วมกับชัยชนะ ต้องไม่หลงกำลังของตนเอง และต้องไม่ทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า หรือสร้างความเสียหายแก่พวกเขา

สุดท้ายโองการกล่าวถึงกลุ่มสุดท้ายว่า ถ้าพวกเขาได้ล่าถอยจากสูเจ้า และไม่ต่อสู้กับสูเจ้า และได้เสนอการประนีประนอมแก่สูเจ้า ดังนั้น อัลลอฮฺ ไม่ทรงกำหนดหนทางใดให้สูเจ้าขัดขวางพวกเขา