@laravelPWA
โองการที่ 58 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 58 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 19:40:27 8-6-1404

โองการที่ 58 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์

 

การรักษาอะมานะฮฺ
إِنَّ اللّهَ يَأْمُرُكُمْ أَن تُؤدُّواْ الأَمَانَاتِ إِلَى أَهْلِهَا وَإِذَا حَكَمْتُم بَيْنَ النَّاسِ أَن تَحْكُمُواْ بِالْعَدْلِ إِنَّ اللّهَ نِعِمَّا يَعِظُكُم بِهِ إِنَّ اللّهَ كَانَ سَمِيعًا بَصِيرًا (58)

ความหมาย

๕๘. แท้จริง อัลลอฮฺทรงบัญชาสูเจ้าให้มอบการพิทักษ์ (อะมานะฮฺ) แก่ผู้ทรงสิทธิ์ และเมื่อสูเจ้า พิพากษาระหว่างผู้คน จงพิพากษาด้วยความยุติธรรม แท้จริง ความดีงามคือสิ่งที่ อัลลอฮฺทรงแนะนำสูเจ้า แท้จริง อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงได้ยิน และมองเห็น

สาเหตุแห่งการประทานลงมา

โองการนี้ประทานลงมาช่วงที่ท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ได้รับชัยชนะเหนือบรรดาผู้ปฏิเสธ และกำลัง เคลื่อนพลสู่นครมักกะฮฺ ขณะนั้น อุซมาน บุตรของฏ็อลฮะฮฺเป็นผู้ถือกุญแจประตูกะอฺบะฮฺ ท่านศาสดาสั่งให้ไปเอากุญแจจากเขามาเปิดกะอฺบะฮฺ เพื่อจะได้กวาดล้างรูปปั้นต่าง ๆ ให้หมดไป ท่านอับบาซลุงของท่านศาสดา เมื่อได้กระทำการเสร็จตามวัตถุประสงค์แล้ว ได้เสนอท่านศาสดาว่า ขอให้เขาเป็นผู้ถือกุญแจกะอฺบะฮฺ เนื่องจากผู้ถือกุญแจกะอฺบะฮฺ ในหมู่อาหรับถือว่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญและมีเกียรติอย่างยิ่ง เมื่อกวาดล้างรูปปั้นเสร็จท่านศาสดามิไม้มอบกุญแจแก่อับบาซ แต่ท่านได้ส่งคืนแก่อุซมาน บุตรของฏ็อลฮะฮฺ ในช่วงนั้นโองการได้ประทานลงมา

คำอธิบายการพิทักษ์และความยุติธรรมในอิสลาม

โองการดังกล่าวเสมือนเป็นกฎสากลทั่วไป กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงบัญชาสูเจ้าให้มอบการพิทักษ์ (อะมานะฮฺ) แก่ผู้ทรงสิทธิ์

อะมานะฮฺ มีความหมายกว้าง ซึ่งครอบคลุมสิ่งที่เป็นวัตถุและจิตวิญญาณ อิสลามสอนว่ามุสลิมทุกคนมีหน้าที่รักษาอะมานะฮฺ ต้องไม่ทรยศกับอะมานะไม่ว่าอะมานะฮฺนั้นจะเป็นของผู้ใด ซึ่งบางครั้งเจ้าของอาจเป็นของผู้ปฏิเสธ หรือผู้ศรัทธาก็ตาม การกระทำเช่นนี้เป็นการรักษาสิทธิมนุษย์ชนในอิสลาม

แม้แต่นักวิชาการในสังคมที่มีอะมานะฮฺ พวกเขาไม่มีหน้าที่ปิดบังอะมานะฮฺ บรรดาบุตรหลานของมนุษย์ถือว่าเป็นอะมานะฮฺของพระผู้เจ้า ดังนั้น ไม่สมควรเพิกเฉยหรือละเลยต่อการอบรมสั่งสอนพวกเขา เหนือไปกว่านั้นการมีอยู่ของมนุษย์ และพละกำลังที่มีอยู่ในเขาถือว่าเป็นอะมานะฮฺของพระเจ้า มนุษย์จึงมีหน้าที่รักษาอะมานะฮฺนั้นด้วยชีวิต

อิมามซอดิก (อ.) กล่าวถึงการให้ความสำคัญต่อการรักษาอะมะนะฮฺ แก่สาวกของท่านว่า ถ้าผู้สังหารอะลี (อ.) ฝากของไว้ที่ฉัน หรือต้องการคำตักเตือนจากฉัน หรือต้องการปรึกษาการงานกับฉัน ถ้าฉันประกาศคำมั่นว่าฉันพร้อมเสมอ แน่นอน เท่ากับฉันได้คืนอะมานะฮฺแล้ว

ส่วนที่สองของโองการ กล่าวถึงคำสั่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความยุติธรรมในการตัดสิน โองการกล่าวว่า เมื่อสูเจ้า พิพากษาระหว่างผู้คน จงพิพากษาด้วยความยุติธรรม

หลังจากนั้นพระองค์ตรัสเน้นย้ำคำสั่งทั้งสองประการว่า ความดีงามคือสิ่งที่ อัลลอฮฺทรงแนะนำสูเจ้า พระองค์เน้นอีกว่า อย่างไรก็ตามสูเจ้าต้องระวังคำพูดและการกระทำของสูเจ้า เนื่องจาก อัลลอฮฺเป็นผู้ทรงได้ยิน และมองเห็น