@laravelPWA
โองการที 36 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที 36 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 19:40:27 8-6-1404

โองการที 36 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์

 

มารยาทที่ดีงามทางสังคม
وَ اعـْبـُدُوا اللَّهَ وَ لا تُشرِكُوا بِهِ شيْئاً وَ بِالْوَلِدَيْنِ إِحْسناً وَ بِذِى الْقُرْبى وَ الْيَتَمَى وَ الْمـَسـكـِيـنِ وَ الجَْارِ ذِى الْقُرْبى وَ الجَْارِ الْجُنُبِ وَ الصاحِبِ بِالْجَنبِ وَ ابْنِ السبِيلِ وَ مَا مَلَكَت أَيْمَنُكُمْ إِنَّ اللَّهَ لا يحِب مَن كانَ مخْتَالاً فَخُورا ً(36)

ความหมาย

๓๖. จงเคารพภักดีอัลลอฮฺ และจงอย่าตั้งภาคีใด ๆ ต่อพระองค์ จงกระทำดีต่อบิดามารดา ญาติสนิท เด็กกำพร้า ผู้ขัดสน เพื่อนบ้านใกล้เคียง เพื่อนที่ห่างไกล เพื่อนเคียงข้าง ผู้เดินทาง และบ่าวชายหญิงที่สูเจ้าครอบครอง แท้จริงอัลลอฮฺ ไม่ทรงรักผู้ยโส และผู้โอ้อวดตนเอง

คำอธิบาย

โองการเชิญชวนไปสู่การมีศรัทธาที่ถูกต้อง และการมีจริยธรรมที่ดีงาม ถ้าห้าบุคคลใดสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำของโองการได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน แน่นอน เขาจะประสบกับการเป็นมนุษย์ผู้สมบูรณ์ที่เพียบพร้อมไปด้วยความศรัทธา และการมีจริยธรรมที่ดีงาม

อันดับแรกโองการแนะนำว่า สูเจ้าต้องเคารพภักดีต่อพระเจ้า และจงอย่าตั้งภาคีใด ๆ เทียบเคียงพระองค์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นพื้นฐานของสิ่งมีคุณค่าทั้งหลายของศาสนา และจริยธรรม ดังนั้น ผู้ใดเคารพภักดีต่อพระเจ้า โดยไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ แสดงว่าจิตวิญญาณของเขาพร้อมที่จะกระทำความดีอื่น ๆ และหลีกเลี่ยงจากการกระทำความชั่ว โดยหลักการแล้ว ถ้าปราศจากการศรัทธาต่อพระเจ้า การแสดงความเสียสละ และช่วยเหลือบุคคลอื่นถือว่าเป็นสิ่งไร้สาระ หรือบางครั้งอาจกล่าวได้ว่าเป็นความโง่เขลาเสียด้วยซ้ำ จริยธรรมที่ปราศจากความศรัทธาย่อมไม่มีความมั่นคงถาวร แต่ถ้ามีศรัทธาต่อพระเจ้า สิ่งนี้เป็นเสมือนพลังที่คอยรังสรรค์ความนึกคิด และโน้มนำเขาไปสู่ความดีงาม ส่งเสริมให้เขาเป็นมนุษย์ผู้สมบูรณ์

ขั้นตอนต่อมา โองการกล่าวแนะนำการกระทำความดีแก่กลุ่มชนที่เฉพาะเจาะจง แน่นอน การกระทำความดีกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นสิ่งดีงาม แต่ถ้ามีญาติพี่น้องหรือมิตรสหายที่สนิทชิดชอบ สมควรอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณากลุ่มชนเหล่านั้นก่อนเป็นพิเศษ โองการแนะนำว่ากลุ่มชนเหล่านั้นได้แก่

๑. บิดามารดา การกระทำดีกับบิดามารดาเป็นสิ่งมีค่าสูงส่งยิ่ง ถึงขั้นที่ว่าพระเจ้าทรงนำเอาการกระทำดีกับบิดามารดา ไว้เคียงข้างกับการเคารพภักดีต่อพระเจ้า

๒. ญาติสนิท พวกเขาเป็นเครือญาติทั้งทางสายเลือดและเนื่องจากสาเหตุอื่น ซึ่งอิสลามถือว่า ญาติพี่น้องเป็นสิ่งมีคุณค่าที่ไม่สามารถตัดให้ขาดได้เด็ดขาด

๓. เด็กกำพร้า พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่ขาดความอบอุ่น และความสมบูรณ์ทางครอบครัว สมควรได้รับการเอาใจใส่ดูแลเป็นพิเศษทั้งความรัก จิตใจ และวัตถุปัจจัย

๔. ผู้ขัดสน และคนยากจนทั้งหลาย เป็นกลุ่มชนที่บกพร่องด้านทรัพย์สินทางโลก พวกเขาไม่สามารถดำเนินชีวิตให้สมบูรณ์พูนสุขเหมือนกับคนอื่นได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านการเงิน และวัตถุปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้มั่งมีทั้งหลาย จำเป็น (วาญิบ) ต้องจ่ายทรัพย์สินส่วนเกินเพื่อเป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา

๕. อัล-กุรอาน แนะนำให้กระทำดีกับเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิด

๖. เพื่อนบ้านที่ห่างไกล เพื่อนบ้านมีสิทธิของการเป็นเพื่อนบ้าน ซึ่งอิสลามให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ว่าผู้นำของอิสลาม อิมามอะลี (อ.) บันทึกไว้ในพินัยกรรมของท่านเกี่ยวกับสิทธิของเพื่อนบ้านว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) แนะนำเกี่ยวกับเพื่อนบ้านถึงขั้นที่ พวกเราคิดว่าท่านคงจะให้เพื่อนบ้านมีสิทธิรับมรดกของกันและกัน

ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) กล่าวว่า ฉันขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า บุคคลเช่นนี้ไม่ศรัทธาแน่นอน มีผู้ถามท่านว่า ท่านหมายถึงใคร ตอบว่า บุคคลที่รบกวนเพื่อนบ้าน จนเพื่อนบ้านไม่เคยมีความปลอดภัย

๗. เพื่อนเคียงข้าง เช่น ภรรยา เพื่อนร่วมทาง หรือเพื่อนพร้องร่วมกลุ่ม ซึ่งจำเป็นต้องเอาใจใส่ต่อสิทธิของการเป็นเพื่อน

๘. ผู้เดินทาง บางครั้งอาจเป็นผู้มั่งมีในบ้านเมืองของตน แต่เนื่องจากการเดินทางเป็นสาเหตุทำให้เขาขัดสนเรื่องเงินทอง ดังนั้น จำเป็นต้องให้การช่วยเหลือ

๙. บ่าวชายหญิง พวกเขาคือผู้ที่อยู่ในครอบครองของสูเจ้า คอยช่วยเหลือการงาน และแบ่งเบาภาระของผู้เป็นนายให้ลดน้อยลง ทนความยากลำบากเพื่อความสบายของคนอื่น

จริง ๆ แล้วจะเห็นว่าโองการเริ่มต้นด้วยสิทธิของพระเจ้า และจบลงด้วยสิทธิของผู้เป็นบ่าวทั้งชายและหญิง ซึ่งนอกจากโองการนี้แล้ว ยังมีโองการอื่นอีกที่สาธยายถึงสิทธิของบ่าวรับใช้

สุดท้าย โองการกล่าวเตือนสติทุกคนว่า แท้จริงอัลลอฮฺ ไม่ทรงรักผู้ยโส และผู้โอ้อวดตนเอง

ดังนั้น บุคคลใดก็ตามที่ดื้อดึงต่อพระบัญญัติของพระเจ้า เนื่องจากความจองหอง และความอวดดี ไม่ใส่ใจสิทธิของเพื่อนบ้าน บิดามารดา เด็กกำพร้า ผู้ขัดสน ผู้เดินทาง และมิตรสหาย แน่นอนเขาก็จะไม่ได้รับความเมตตา และความรักจากพระเจ้า และบุคคลใดไม่ได้รับความเมตตาจากพระเจ้า เขาจะถูกห้ามปรามจากความดีงาม และความสุขนิรันดรของพระองค์