@laravelPWA
โองการที่ 19 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 19 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 3:52:18 9-6-1404

โองการที่ 19 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์

 

การไม่อนุมัติให้บีบคั้นภรรยาเพื่อหย่าขาด


يـَأَيُّهـَا الَّذِيـنَ ءَامـَنـُوا لا يـحـِلُّ لَكـُمْ أَن تـَرِثـُوا النِّسـاءَ كـَرْهـاً وَ لا تَعْضلُوهُنَّ لِتَذْهَبُوا بـِبـَعـْضِ مـَا ءَاتـَيـْتـُمـُوهـُنَّ إِلا أَن يـَأْتِينَ بِفَحِشةٍ مُّبَيِّنَةٍ وَ عَاشرُوهُنَّ بِالْمَعْرُوفِ فَإِن كَرِهْتُمُوهُنَّ فَعَسى أَن تَكْرَهُوا شيْئاً وَ يجْعَلَ اللَّهُ فِيهِ خَيراً كثِيرا ً(19)

ความหมาย

๑๙. โอ้บรรดาผู้ศรัทธา ไม่อนุมัติแก่สูเจ้า ที่สูเจ้าเอามรดกจากบรรดาหญิง ด้วยการบังคับ และไม่อนุมัติที่สูเจ้าจะบีบคั้นนาง เพื่อจะเอาบางส่วนที่สูเจ้าได้ให้นาง (มะฮัร) เว้นแต่นางได้ประพฤติชั่วอย่างเปิดเผย สูเจ้าจงประพฤติดีกับนาง ถ้าสูเจ้าเกลียดชังนาง (อย่าตัดสินใจอย่านาง) เพราะตั้งมากมายที่สูเจ้าเกลียดชัง แต่อัลลอฮฺทรงให้มีความดีงามในนั้น

สาเหตุแห่งการประทานลงมา

ท่านอิมามบากิร (อ.) กล่าวว่า โองการข้างต้นประทานลงมาแก่ผู้ที่มิได้ห่วงใยภรรยาในฐานะของภรรยา พวกเขาเฝ้ารอให้นางเสียชีวิตเพื่อจะได้ยึดมรดก

คำอธิบาย การปกป้องสิทธิของสตรี

อาหรับในยุคโฉดเขลานอกจากจะไม่เคยใส่ใจต่อสิทธิของสตรีแล้ว พวกเขายังกดขี่และเอาเปรียบสตรีในทุก ๆ ด้าน แต่หลังจากอิสลามได้ปรากฏโฉมออกมา ได้ทำลายประเพณีเก่า ๆ ที่ไม่ถูกต้องเหล่านั้นจนหมดสิ้น ซึ่งหนึ่งในประเพณีเหล่านั้นคือ การเอาเปรียบสตรี อิสลามได้ประกาศฟื้นฟูสิทธิของสตรีอย่างออกหน้าออกตา

โองการได้ปกป้องสิทธิอันเป็นมูลฐานหลัก ครอบครัว และสิทธิของสตรี โดยได้กำชับต่อบุรุษทั้งหลายดังนี้

๑.ไม่อนุญาตสำหรับผู้ชายทั้งหลาย ใช้วิธีบีบบังคับภรรยาเพื่อเอามรดก เพราะมีผู้ชายบางประเภทแต่งงานกับฝ่ายหญิงเนื่องจากทรัพย์สินของนาง แต่ไม่เคยปฏิบัติกับนางเยี่ยงภรรยาทั่วไป ไม่เคยดูแลสิทธิความเป็นภรรยา มิหนำซ้ำยังเหยียบย่ำนางอีกต่างหาก และในที่สุดเขาได้ปล่อยนางไว้เช่นนั้นรอความตายของนาง เพื่อจะได้ครอบครองทรัพย์สินของนาง การกระทำเช่นนั้นขัดกับความรู้สึกของฝ่ายหญิง อัล-กุรอานจึงประทานลงมาเพื่อห้ามปรามความประพฤติที่ชั่วช้า และการกดขี่ซึ่งไม่มีความเป็นมนุษย์แม่แต่น้อย พร้อมกับห้ามปรามผู้ชายที่กระทำเยี่ยงนั้นว่า สูเจ้าไม่มีสิทธิ์บังคับฝ่ายหญิงเพื่อรับมรดก

๒.ประการที่สอง ผู้ชายไม่มีสิทธิบีบคั้นภรรยาของตนจนนางทนไม่ได้ ต้องแบ่งมะฮัรบางส่วนให้ตน หรือขอหย่าเพื่อแยกทาง เว้นเสียแต่ว่านางได้กระทำลามกอานาจาร กรณีนี้การลงโทษนางไม่เป็นไร

จุดประสงค์ของคำว่า ฟะฮิชะติมบัยยินะฮฺ หมายถึง การประพฤติชั่วที่เปิดเผย ตามโองการข้างต้นรวมไปถึง การฝ่าฝืนอย่างรุนแรงของหญิง การไม่เชื่อฟังปฏิบัติตาม และการกระทำความผิด

๓. โองการกำชับบรรดาผู้ชายว่า จงประพฤติดีกับฝ่ายหญิง แม้ว่าสูเจ้าจะไม่ได้รักนางเยี่ยงชู้สาว ก็ให้ประพฤติดีกับนาง เพราะมีสรรพสิ่งมากมายที่มนุษย์ไม่ชอบ แต่พระเจ้าทรงประทานความดีงามให้สิ่งนั้น และบางทีผู้หญิงคนดังกล่าวอาจกลายเป็นมารดาที่ดีสำหรับลูก ๆ ของตน บางครั้งระหว่างสามีกับภรรยา อาจมีเรื่องเข้าใจผิดกัน ฉะนั้น ฝ่ายชายต้องไม่รีบตัดสินใจหย่าขาดจากนาง หรือประพฤติไม่ดีกับนาง ทว่าต้องอดทน และประพฤติดีกับนางต่อไป เพราะตั้งมากมายที่สูเจ้าเกลียดชัง แต่อัลลอฮฺทรงให้มีความดีงามในนั้น