โองการที่ ๙ ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
จงทำดีกับเด็กกำพร้า
وَ لْيَخْش الَّذِينَ لَوْ تَرَكُوا مِنْ خَلْفِهِمْ ذُرِّيَّةً ضِعَفاً خَافُوا عَلَيْهِمْ فَلْيَتَّقُوا اللَّهَ وَ لْيَقُولُوا قَوْلاً سدِيداً (9)
ความหมาย
๙. ผู้ที่ละทิ้งลูกหลานที่อ่อนแอไว้เบื้องหลังพวกเขา จงกังวลถึงอนาคตของพวกเขา จงกลัว (การเอาเปรียบเด็กกำพร้า) ดังนั้น พวกเขา จงปกป้องตนเองจาก (การลงโทษ) ของอัลลอฮฺ และจงกล่าววาจาที่เหมาะสม (กับเด็กกำพร้า)
คำอธิบาย จงมอบความเอ็นดูแก่เด็กกำพร้า
สองโองการที่กำลังกล่าวถึงนี้ กล่าวถึงผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ และดูแลทรัพย์สินของเด็กกำพร้า ซึ่งพวกเขาได้ฉ้อโกง กระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือเอาเปรียบเด็กกำพร้า จงรู้ไว้เถิดว่าพวกเขาได้กระทำความชั่วร้ายที่สุด ซึ่งบั้นปลายต้องได้รับการลงโทษอย่างสาหัส
โทษการโกงกินทรัพย์สินของเด็กกำพร้าบนโลกนี้ ท่านมีบุตรและเป็นห่วงพวกเขา จึงระวังรักษาอนาคตของพวกเขา ดังนั้น จงปฏิบัติเช่นเดียวกันการที่ท่านดูแลเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นบุตรหลานของคนอื่น เพราะอาจเป็นไปได้ว่าวันหนึ่งบุตรหลานของท่านอาจตกอยู่ในการดูแลของคนอื่น ความรักและความเป็นห่วงเป็นใยเด็กกำพร้าจึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองทุกคน ฉะนั้น พึงรู้ไว้เถิดว่าสิ่งใดที่ท่านรักคนอื่นก็รัก สิ่งใดที่ท่านเกลียดคนอื่นก็เกลียดเช่นกัน
จากโองการเข้าใจได้ว่าการหักหลังและการคดโกงเด็กกำพร้า เขาจะได้เห็นผลกรรมของตนบนโลกนี้ อย่างน้อยที่สุดบุตรหลานของตนจะประสบดังที่เขาได้กระทำกับบุตรหลานของคนอื่น เหมือนคำกล่าวที่ว่า เวรตามทัน เช่น คนดื่มสุรา หรือติดยาเสพติดย่อมมีอาการผิดปกติวิสัย และโรคร้ายมากกว่าคนอื่น บุตรหลานที่เกิดมาไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนา ผิดประเวณี หรือนอกกฎหมาย ย่อมมีโอกาสหลงทางมากกว่าคนอื่น แม้ว่าสิ่งนี้อาจไม่ใช่กฎที่ตายตัว ที่การกดขี่จะต้องเกิดกับบรรดาบุตรหลานของเขาก็ตาม แต่บุตรหลานของเขาสามารถปกป้องและลบล้างสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยการกระทำความดี
สุดท้ายโองการกล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเด็กกำพร้า พึงปกป้องตนเองจากการฝ่าฝืนคำสั่ง และการลงโทษของพระองค์ และจงกล่าววาจาที่เหมาะสมกับพวกเขา เพื่อหัวใจของเขาจะได้ไม่บอบช้ำมากไปกว่านั้น
คำสอนอันสูงส่งของอิสลามบ่งชี้ให้เห็นว่าจิตวิทยาในการดูแลเด็กกำพร้าว่า พวกเขามิได้ต้องการเครื่องนุ่งห่ม อาหาร และน้ำเพียงเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการความรัก ความอบอุ่น การเอาใจใส่ทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อเยียวยาความบอบช้ำของหัวใจจากการสูญเสียบุพการีไป มิเช่นนั้นแล้วเขาจะกลายเป็นคนแข็งกระด่าง ก้าวร้าว ซึ่งในที่สุดแล้วจะเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง