@laravelPWA
โองการที่ 3 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 3 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 3:52:15 9-6-1404

โองการที่ 3 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์


وَ إِنْ خِفْتُمْ أَلا تُقْسِطوا فى الْيَتَمَى فَانكِحُوا مَا طاب لَكُم مِّنَ النِّساءِ مَثْنى وَ ثُلَث وَ رُبَعَ فَإِنْ خِفْتُمْ أَلا تَعْدِلُوا فَوَحِدَةً أَوْ مَا مَلَكَت أَيْمَنُكُمْ ذَلِك أَدْنى أَلا تَعُولُوا(3)

ความหมาย

๓. และถ้าสูเจ้าเกรงว่า (เมื่อแต่งงานกับหญิงสาวกำพร้า) จะไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรมได้ (จงอย่าแต่งงานกับพวกนาง) แต่จงแต่งงานกับหญิงที่ดีคนอื่นที่สบใจสูเจ้า สองคน หรือสามคน หรือสี่คน แต่ถ้าสูเจ้าเกรงว่า (การมีภรรยาหลายคน) จะให้ความเทียงธรรมไม่ได้ ดังนั้น จงมีภรรยาคนเดียว หรือหญิงที่มือขวาของสูเจ้าครอบครอง การกระทำเช่นนั้นดีกว่าในการที่สูเจ้าจะไม่ลำเอียง

สาเหตุแห่งการประทานลงมา

ก่อนการมาของอิสลามอาหรับในสมัยก่อนเป็นผู้อาสารับเลี้ยงเด็กหญิงกำพร้า หลังจากนั้นจะแต่งงานกับพวกนาง และเป็นผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของพวกนาง ภารกิจทั้งหมดอยู่ในมือของพวกเขา พวกเขาจึงเป็นผู้กำหนดแม้กระทั่งมะฮัรของพวกนาง ครั้นเมื่อนางทำให้พวกเขาไม่พอใจแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาจะหาเรื่องหย่านางทันที เวลานั้นโองการประทานลงมาและกำชับต่อบรรดาผู้ดูแลเด็กกำพร้าทั้งหลายว่า ถ้าต้องการแต่งงานกับเด็กกำพร้าต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่พวกนาง

คำอธิบาย

บางครั้งบางคนเห็นเด็กหญิงกำพร้าแสดงความเมตตาโดยรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม บางคนเห็นแก่ทรัพย์สมบัติของนาง และบางคนเห็นแก่ความสวยของนางจึงแต่งงานกับนาง เพื่อครอบครองทรัพย์สมบัติและความสวยของนาง แต่พวกเขาไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรมแก่พวกนางได้ และบางครั้งกลายเป็นความอยุติธรรมแก่พวกนาง ทั้งที่พวกนางไม่มีผู้ปกป้องดูแล โองการข้างต้นจึงประทานลงมาเพื่อเตือนสติพวกเขาและบรรดามุสลิมทั้งหลาย ว่าถ้าหากพวกเจ้าไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรมแก่พวกนางได้ จงอย่าแต่งงานกับพวกนาง แต่จงแต่งงานกับหญิงดีคนอื่นที่ถูกใจสูเจ้าอาจเป็น สอง หรือสาม หรือสี่คนก็ได้

ด้วยเหตุนี้ อิสลามจึงอนุญาตให้มีภรรยาได้หลายคน ซึ่งถือว่าเป็นความจำเป็นทางสังคม และเป็นการควบคลุมความต้องการทางเพศไปโดยปริยาย และเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดหญิงโสดในสังคม หรือหญิงที่ขาดผู้ปกครอง และเป็นการป้องกันมิให้พวกนางกระทำความเสียหาย แต่การอนุญาตดังกล่าวมีเงื่อนไขว่า สูเจ้าต้องให้ความเที่ยงธรรมแก่พวกนางทั้งหมด ต้องไม่ให้เกิดความแตกต่างทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม และอาหาร แต่ถ้าเจ้าไม่สามารถให้ความเที่ยงธรรมในหมู่พวกนางได้ ดังนั้น สูเจ้าไม่มีสิทธิ์มีภรรยาเกินหนึ่งคนได้ หรือแต่งงานกับหญิงที่สูเจ้าครอบครองอยู่ แต่ในปัจจุบันระบบทาสได้หมดไปจากสังคมแล้ว บัญญัติดังกล่าวจึงหมดวาระลงไปโดยปริยาย

สุดท้ายโองการกล่าวเตือนสติว่า การกระทำเช่นนี้ หมายถึงแต่งงานกับหญิงอื่นที่มิใช่เด็กหญิงกำพร้า ถ้าสูเจ้าให้ความยุติธรรมไม่ได้ ดังนั้น จงมีภรรยาคนเดียว การกระทำเช่นนี้จะเป็นสาเหตุทำให้สูเจ้าไม่ลำเอียง และไม่กดขี่สิทธิของภรรยาคนใด