@laravelPWA
โองการที่ 1 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • ชื่อ: โองการที่ 1 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 3:52:20 9-6-1404

โองการที่ 1 ซูเราะฮ์อันนิซาอ์


بِسمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

يَأَيهَا النَّاس اتَّقُوا رَبَّكُمُ الَّذِى خَلَقَكم مِّن نَّفْسٍ وَحِدَةٍ وَ خَلَقَ مِنهَا زَوْجَهَا وَ بَث مِنهُمَا رِجَالاً كَثِيراً وَ نِساءً وَ اتَّقُوا اللَّهَ الَّذِى تَساءَلُونَ بِهِ وَ الاَرْحَامَ إِنَّ اللَّهَ كانَ عَلَيْكُمْ رَقِيباً (1)

ความหมาย

๑.โอ้มนุษย์เอ๋ย จงสำรวมตนต่อพระผู้อภิบาลของสูเจ้า ที่ทรงบังเกิดสูเจ้าจากอินทรีย์หนึ่ง และได้ทรงบังเกิดคู่ครองของเขาจากอินทรีย์นั้น และทรงให้แพร่สะพัดไป (บนหน้าแผ่นดิน) จากทั้งสองซึ่งบรรดาผู้ชาย และผู้หญิงจำนวนมากมาย จงสำรวมตนต่ออัลลอฮฺ ซึ่งสูเจ้าต่างเรียกร้องกันและกัน ด้วยนามของพระองค์ และจงหลีกเลี่ยง (การตัดสัมพันธ์) ทางเครือญาติ แท้จริงอัลลอฮฺ ทรงสอดส่องดูสูเจ้าเสมอ

คำอธิบาย การต่อสู้กับการแบ่งชนชั้น

โองการแรกของบทนี้กล่าวถึงประชาชาติทั้งหมด เนื่องจากมาตรฐานของบทนี้คือ ปัจจัยสำคัญที่มนุษย์ทั้งหลายต่างมีความต้องการ หลังจากนั้นโองการกล่าวเชิญชวนให้มีการสำรวมตนต่อความชั่ว ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความเจริญทางสังคม การรักษาสิทธิมนุษย์ชน การแบ่งมรดกด้วยความยุติธรรม การส่งเสริมสนับสนุนผู้ขัดสน การรักษาสิทธิหน้าที่ทางครอบครัว และภารกิจอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถ้าปราศจากการสำรวมตนจากความชั่วแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่อาจบรรลุสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ บทนิซาอ์จึงเริ่มต้นด้วยการเชิญชวนไปสู่การสำรวมตน

หลังจากนั้นกล่าวถึงคุณลักษณะประการหนึ่งของพระเจ้า เพื่อแนะนำให้รู้จักพระองค์ในฐานะของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก พระผู้ทรงสร้างมนุษย์และดูและเขาอย่างใกล้ชิด ผู้ทรงสร้างมนุษย์มาจากอินทรีย์เดียวกัน

จุดประสงค์ของอินทรีย์เดียวกันหมายถึงอะไร

อินทรีย์เดียวกันหมายถึงบุคคล หรือธาตุที่เป็นประเภทเดียวกัน แน่นอนจุดประสงค์คือ บุคคลที่เป็นคนแรกของโลก อัล-กุรอานเรียกชื่อเขาว่า อาดัม ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของมนุษย์ทั้งโลก หรือบางโองการที่กล่าวว่า ลูกหลานของอาดัมก็หมายถึงความดังกล่าว ส่วนอินทรีย์ในความหมายของธาตุเดียวกันนั้นห่างไกลจุดประสงค์ของโองการ

ประโยคถัดมากล่าวว่า ทรงบังเกิดคู่ครองของเขาจากอินทรีย์นั้น จุดประสงค์หมายถึง พระองค์ทรงบังเกิดภรรยาของสูเจ้าจากประเภทเดียวกันกับเจ้า (ประเภทของมนุษย์)

เป็นที่ประจักษ์ว่าโองการต้องการบอกว่า พระองค์ทรงนำภรรยาของเจ้าออกจากเจ้า ในความหมายคือ ออกจากประเภทเดียวกันกับเจ้า มิใช้ออกจากตัวหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของสูเจ้า

อิมามบากิร (อ.) กล่าวปฏิเสธการการสร้าง ท่านหญิงฮะวาจากซี่โครงซี่หนึ่งของอาดัมอย่างรุนแรง ท่านกล่าวว่า ท่านหญิงถูกสร้างจากดินที่เหลือของอาดัม

ประโยคถัดมากล่าวว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทั้งชายหญิงมากมายจากอาดัมและฮะวา เข้าใจได้ว่า การขยายเผ่าพันธุ์มนุษย์สืบเนื่องมาจากทั้งสอง มิได้มีสิ่งที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด และสุดท้ายโองการกล่าวว่า จริงอัลลอฮฺ ทรงสอดส่องดูสูเจ้าเสมอ ทั้งการกระทำและความคิด และทรงปกป้องเจ้าเหตุการณ์ต่าง ๆ

คำว่า เราะกีบ ตามรากศัพท์ผู้ที่คอยจ้องมองดูจากด้านบนลงมา ต่อมาถูกใช้ในความหมายของ การปกป้องดูแลสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากการดูแลเป็นความจำเป็นของการจ้องมอง และการสอดส่องซึ่งอาจมองจากด้านบน หรือที่สูงกว่าลงมา หรืออาจหมายถึงการมองด้วยจิตก็ได้

บุตรของอาดัมสมรสอย่างไร

โองการข้างต้นกล่าวว่า ทรงให้แพร่สะพัดไป (บนหน้าแผ่นดิน) จากทั้งสองซึ่งบรรดาผู้ชาย และผู้หญิงจำนวนมากมาย

ในความหมายก็คือ บุตรหลานของอาดัม (พี่ชาย น้องสาว) สมรสกันเอง เนื่องจากถ้าพวกเขาแต่งงานกับคนเผ่าอื่นคำว่า จากทั้งสองจะไม่มีความหมาย มายงานจำนวนมากมายกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวไว้ และมิใช่ประเด็นที่สร้างความประหลาดใจแต่อย่างใด เนื่องจากในช่วงนั้นบัญญัติห้ามแต่งงานระหว่างพี่น้องยังมิได้ถูกกำหนดขึ้น ขณะเดียวกันพระเจ้าเท่านั้นที่เป็นผู้สั่งห้ามการกระทำบางประการ และไม่มีปัญหาอันใดทีในช่วงเวลาดังกล่าวการแต่งงานระหว่างพี่น้องยังอนุญาตอยู่ และได้ห้ามกระทำในภายหลัง

แต่รายงานบางบทปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าบุตรของอาดัมมิได้แต่งงานกันเอง และกล่าวตำหนิทัศนะที่เชื่อว่าบุตรของอาดัมแต่งงานกันเอง ดังนั้น ระหว่างรายงานทีมีความขัดแย้งกัน หน้าที่ต้องเลือกรายงานที่สอดคล้องกับอัล-กุรอาน ฉะนั้น รายงานแรกถือว่าใกล้เคียงความจริงมากกว่า