โองการที่ 199 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
وَ إِنَّ مِنْ أَهْلِ الْكتَبِ لَمَن يُؤْمِنُ بِاللَّهِ وَ مَا أُنزِلَ إِلَيْكُمْ وَ مَا أُنزِلَ إِلَيهِمْ خَشِعِينَ للَّهِ لا يَشترُونَ بِئَايَتِ اللَّهِ ثَمَناً قَلِيلاً أُولَئك لَهُمْ أَجْرُهُمْ عِندَ رَبِّهِمْ إِنَّ اللَّهَ سرِيعُ الْحِسابِ (199)
ความหมาย
199. และแท้จริงในหมู่ชาวคัมภีร์ มีผู้ที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ และสิ่งที่ได้ถูกประทานแก่สูเจ้า และสิ่งที่ได้ถูกประทานแก่พวกเขา พวกเขาผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อ (บัญชา) อัลลอฮ พวกเขาจะไม่ขายโองการทั้งหลายของอัลลอฮ ด้วยราคาเพียงเล็กน้อย รางวัลของพวกเขาอยู่ ณ พระผู้อภิบาลของพวกเขา แท้จริงอัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงฉับพลันในการตรวจสอบ (การงานที่ดีจะถูกตรวจสอบและประทานรางวัล อย่างรวดเร็ว)
สาเหตุของการประทานโองการ
นักอรรถาธิบายส่วนใหญ่มีความเห็นว่า โองการนี้ถูกประทานให้แก่ชาวคัมภีร์ที่เป็นผู้ศรัทธา พวกเขาห่างไกลจากความอคติ และเข้าร่วมแถวเดียวกันกับบรรดามุสลิม ชนกลุ่มนี้มีทั้งยะฮูดีย์ และนัซรอนีย์ แต่นักอรรถาธิบายอีกกลุ่มหนึ่งกล่าวว่า โองการประทานให้กับนะญาชีย์ กษัตริย์แห่งเอธิโอเปียในสมัยนั้น แม้ว่าโองการจะมีความหมายกว้างก็ตาม
ประมาณปีที่ 9 แห่งการอพยพ เดือนเราะญับ นะญาชีย์ได้ถึงแก่อสัญกรรม ข่าวการจากไปของเขาได้ล่วงเลยมาถึงท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ท่านได้กล่าวแก่มุสลิมว่า มีพี่น้องของท่านคนหนึ่งที่อยู่นอกเขตพื้นที่ฮิญาซได้ถึงแก่กรรม พวกท่านพร้อมที่จะนมาซให้แก่เขาไหม เนื่องจากเขาได้ช่วยเหลือมุสลิม และอิสลามไว้มากมาย บางคนถามว่าเขาเป็นใคร ศาสดา ตอบว่า นะญาชีย์ เมื่อก่อนเขาตกลงกับมุสลิมว่าจะมาเยื่ยมสถานฝังศัพของชาวมุสลิมที่ ญันนะตุลบะกีอ์ ขอความจำเริญแด่ผู้นมาซ และขอการอภัยโทษแก่เขา พวกกลับกลอกบางคนกล่าวว่า มุฮัมมัด นมาซให้ผู้ปฏิเสธทั้งที่ไม่เคยเห็นเขามาก่อน ขณะที่เขาก็ไม่ได้ยอมรับศาสนาของมุฮัมมัด โองการข้างต้นจึงประทานลงมา จากริวายะฮฺเข้าใจได้ว่า นะญาชีย์ยอมรับอิสลามอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดเผยก็ตาม
คำอธิบาย ชาวคัมภีร์ไม่เหมือนกันทุกคน
โองการนี้หลังจากกล่าวเตือนสติบรรดาชาวคัมภีร์ที่ส่วนใหญ่ปกปิดความจริงเกี่ยวกับโองการต่าง ๆ ของพระเจ้า พร้อมกับแสดงความยโสโอหัง ดังกล่าวอธิบายไปในโองการก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นกล่าวถึงชาวคัมภีร์กลุ่มเล็กที่ยอมรับคำเชิญชวนของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ซึ่งโองการกล่าวถึงคุณสมบัติพิเศษ 5 ประการของพวกเขาดังนี้
1. พวกเขาคือกลุ่มชนที่ยอมรับพระเจ้าด้วยชีวิตจิตใจ โองการกล่าวว่า แท้จริงในหมู่ชาวคัมภีร์ มีผู้ที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ
2. พวกเขามีศรัทธาต่ออัล-กุรอาน และสิ่งที่ถูกประทานแก่มวลมุสลิม
3. ความศรัทธาของพวกเขาที่มีต่อท่านศาสดา ในความเป็นจริงเท่ากับได้ศรัทธาต่อคัมภีร์ของเขาอย่างแท้จริง และปฏิบัติตามสิ่งที่คัมภีร์ของเขากล่าวไว้
4. พวกเขานอบน้อมถ่อมตนต่อพระบัญชาของพระเจ้า ซึ่งความนอบน้อมนั้นเอง เป็นสาเหตุให้พวกเขายอมจำนนต่อพระเจ้า และออกห่างจากความอคติ
5. พวกเขาไม่ยอมขายโองการทั้งหลายของพระเจ้า ด้วยราคาเพียงเล็กน้อย
พวกเขาไม่เหมือนกับผู้รู้ชาวยิวที่ต้องการรักษาสถานภาพของตนที่มีต่อสังคม จึงปกปิดความจริง ยอมเปลี่ยนแปลงโองการทั้งหลายของพระเจ้า พวกเขามิใช่ว่าไม่ยอมขายโองการด้วยราคาเพียงน้อยนิดอย่างเดียว ทว่าไม่ยอมขายแม้ข้อกล่าวอ้างเล็ก ๆ น้อย
สุดท้ายโองการกล่าวว่า อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงฉับพลันในการตรวจสอบ บรรดาผู้ที่สร้างสรรค์ความดีงาม พวกเขาจะถูกตรวจสอบและประทานผลรางวัลอย่างรวดเร็ว ไม่มีความล่าช้าแม้แต่เล็กน้อย ส่วนผู้ที่กระทำชั่วก็จะถูกตรวจสอบและถูกลงโทษอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการประวิงเวลาอีกต่อไป เป็นการเตือนสติของคนทั้งสองกลุ่ม