@laravelPWA
โองการที่ 183, 184  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • ชื่อ: โองการที่ 183, 184 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 23:50:37 9-6-1404

โองการที่ 183, 184  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน


الَّذِينَ قَالُوا إِنَّ اللَّهَ عَهِدَ إِلَيْنَا أَلا نُؤْمِنَ لِرَسولٍ حَتى يَأْتِيَنَا بِقُرْبَانٍ تَأْكلُهُ النَّارُ قُلْ قَدْ جَاءَكُمْ رُسلٌ مِّن قَبْلى بِالْبَيِّنَتِ وَ بِالَّذِى قُلْتُمْ فَلِمَ قَتَلْتُمُوهُمْ إِن كُنتُمْ صدِقِينَ (183) فَإِن كذَّبُوك فَقَدْ كُذِّب رُسلٌ مِّن قَبْلِك جَاءُو بِالْبَيِّنَتِ وَ الزُّبُرِ وَ الْكِتَبِ الْمُنِيرِ(184)

ความหมาย

183. (พวกเขา) ได้แก่ผู้ที่กล่าวว่า แท้จริง อัลลอฮฺ ได้ทรงสัญญาไว้แก่เราว่า เราต้องไม่ศรัทธาเราะซูลคนใด จนกว่าเขาจะนำ (อภินิหารมาแสดง) แก่พวกเรา สิ่งพลีกรรมซึ่งไฟจะกินมัน จงกล่าวเถิด ได้มีเราะซูลหลายคนก่อนฉันมายังพวกท่านแล้ว พร้อมด้วยหลักฐานอันชัดเจน และพร้อมด้วยสิ่งที่พวกท่านกล่าว ดังนั้น ไฉนพวกท่านจึงสังหารพวกเขา ถ้าพวกท่านพูดจริง

184.ดังนั้น ถ้าพวกเขาปฏิเสธเจ้า (มิใช่สิ่งใหม่) เพราะบรรดาเราะซูลก่อนหน้าเจ้า ซึ่งมาพร้อมกับหลักฐานอันชัดแจ้ง คัมภีร์ซะบูร และคัมภีร์อันจำรัส ก็ถูกปฏิเสธมาแล้ว

สาเหตุของการประทานโองการ

ยะฮูดีย์ผู้มีเกียรติกลุ่มหนึ่งเดินทางมาพบท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และกล่าวว่า ท่านอ้างตนว่าเป็นศาสดา ซึ่งพระเจ้าส่งท่านมายังพวกเรา พร้อมกับประทานคัมภีร์แก่ท่านกระนั้นหรือ ขณะที่ พระเจ้าทรงสัญญาแก่เราไว้ในคัมภีร์เตารอตว่า ถ้ามีผู้อ้างตนเป็นศาสดา จงอย่างเชื่อเขา จนกว่าเขาจะเชือดพลีสัตว์สำหรับเรา และไฟจากฟากฟ้าได้เผาไหม้ ถ้าเจ้ากระทำเช่นนั้นเราจะศรัทธาต่อเจ้า หลังจากนั้นโองการข้างต้นได้ประทานลงมา

คำอธิบาย ข้ออ้างของยะฮูดีย์

ยะฮูดีย์พยายามหาข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการยอมรับอิสลาม พวกเขามีข้ออ้างที่แปลกประหลาดดังที่กล่าวในโองการข้างต้นว่า อัลลอฮฺ ได้ทรงสัญญาไว้แก่เราว่า เราต้องไม่ศรัทธาเราะซูลคนใด จนกว่าเขาจะนำ (อภินิหารมาแสดง) แก่พวกเรา สิ่งพลีกรรมซึ่งไฟจะกินมัน

ถ้ายะฮูดีย์ต้องการอภินิหารจริง มิใช่การล้อเรียน หรือเป็นเพียงข้ออ้าง ก็สมควรพิจารณาเป็นพิเศษ แต่ประวัติศาสตร์จารึกว่าพวกเขาวิพากษ์อย่างรุนแรงกับท่านศาสดา ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า เป้าหมายของพวกเขามิใช่ต้องการค้นหาความจริง อัล-กุรอาน กล่าวแก่ท่านศาสดาว่า จงตอบข้ออ้างที่ไร้เหตุผลของพวกเขาว่า เคยมีเราะซูล จากวงศ์วานของอิสรออีลหลายคนก่อนฉันมายังพวกท่านแล้ว พร้อมด้วยหลักฐานอันชัดเจน หรือแม้แต่การเชือดพลีก็ได้กระทำเพื่อพวกเจ้าแล้ว ถ้าพวกเจ้าพูดจริง ไฉนจึงสังหารพวกเขาอย่างอยุติธรรม อัล-กุรอาน บ่งชี้ถึงเรื่องราวของศาสดาซะกะรียา (อ.) และศาสดาท่านอื่น ๆ ที่มาจากวงศ์วานอิสรออีล และถูกพวกเขาสังหารอย่างอยุติธรรม

โองการถัดมา พระเจ้าทรงปลอบใจศาสดาของพระองค์ว่า ถ้าชนพวกนี้ไม่ยอมรับฟังคำพูดของเจ้าจงอย่าเสียใจ เพราะไม่ใช่สิ่งใหม่ บรรดาศาสดาที่มาก่อนหน้าเจ้า ก็ถูกพวกเขามุสาและสังหารอย่างอยุติธรรมมาแล้ว ขณะที่ศาสดาเหล่านั้นนำหลักฐานอันชัดแจ้ง พร้อมด้วยคัมภีร์ที่มั่นคงมาแสดง แต่พวกเขาก็ไม่ยอมรับ

คำว่า ซะบูร เป็นพหูพจน์ของคำว่า ซะบัร หมายถึง คัมภีร์ที่ถูกเขียนด้วยความมั่นคงแข็งแรง เนื่องจากรากศัพท์ของคำนี้หมายถึง การเขียน แต่มิใช่หมายถึง การเขียนทุกเภท ทว่าเป็นการเขียนที่แข็งแรง

ความแตกต่างระหว่าง อัซซะบูร กับ อัลกิตาบุลมุบีน ซึ่งทั้งสองหมายถึงคัมภีร์ แต่สามารถกล่าวได้ว่า อัซซะบูร คือคัมภีร์ก่อนหน้าท่านศาสดามูซา (อ.) ส่วนอัลกิตาบมุบีน หมายถึง คัมภีร์แตารอตและอินญีล เนื่องจากอัล-กุรอาน บทอัลมาอิดะฮฺ โองการที่ 44 และ 46 กล่าวเรียกคัมภีร์ทั้งสองว่า นูร