@laravelPWA
โองการที่ 181, 182  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • ชื่อ: โองการที่ 181, 182 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 23:50:3 9-6-1404

โองการที่ 181, 182  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน


لَّقَدْ سمِعَ اللَّهُ قَوْلَ الَّذِينَ قَالُوا إِنَّ اللَّهَ فَقِيرٌ وَ نحْنُ أَغْنِيَاءُ سنَكْتُب مَا قَالُوا وَ قَتْلَهُمُ الاَنبِيَاءَ بِغَيرِ حَقٍّ وَ نَقُولُ ذُوقُوا عَذَاب الْحَرِيقِ (181)ذَلِك بِمَا قَدَّمَت أَيْدِيكُمْ وَ أَنَّ اللَّهَ لَيْس بِظلامٍ لِّلْعَبِيدِ (182)

ความหมาย

181. แน่นอน อัลลอฮฺทรงได้ยินคำพูดของบรรดาที่กล่าวว่า แท้จริง อัลลอฮฺเ ยากจนส่วนพวกเราผู้มั่งคั่ง เรา จะบันทึกที่พวกเขากล่าว และที่พวกเขาสังหารนบีหลายคนโดยอธรรม และเราจะกล่าวว่า จงลิ้มรสการลงโทษที่ลุกไหม้

2. ทั้งสอง เป็นเพราะว่ามือของสูเจ้าได้ส่งมาก่อนล่วงหน้า (ผลลัพธ์ของการงาน) แท้จริง อัลลอฮฺ ไม่ทรงอธรรมต่อปวงบ่าว

สาเหตุของการประทานโองการ

โองการนี้และโองการถัดไปกล่าวถึงการประณามยะฮูดีย์ เนื่องจากท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) ส่งจดหมายถึงยะฮูดีย์ (บนีกีนิกออ์) เชิญชวนให้พวกเขานมาซ จ่ายทานบังคับ และจ่ายการให้ยืมที่ดี หมายถึงบริจาคทานบนหนทางของพระเจ้า ผู้ถือจดหมายนของท่านศาสดาได้เข้าไปยังศูนย์กลางสอนศาสนาของยะฮูดีย์ ชื่อว่า บัยตุลมะดาริซ และส่งจดหมายให้กับ ฟันฮาซ ผู้รู้ที่มีชื่อเสียงของยะฮูดีย์ หลังจากอ่านจดหมายแล้ว เขาได้พูดจาเย้ยหยันว่า ถ้าคำพูดของเจ้าเป็นความจริง เราต้องพูดว่า พระเจ้าจน ส่วนเรามั่งคั่ง เนื่องจากเราต้องให้พระเจ้ายืม ถ้าพระองค์ไม่จนพระองค์จะขอยืมเราทำไม นอกจากนั้น มุฮัมมัด ยังเชื่อว่าพระเจ้าห้ามพวกเจ้าไม่ให้กินดอกเบี้ย ขณะที่พระองค์สัญญาบริจาคแก่พวกเจ้า เป็นสัญญาที่มากไปด้วยดอกเบี้ย หลังจากฟันฮาซปฏิเสธ และพูดเย้ยหยันแล้ว โองการทั้งสองนี้จึงได้ประทานลงมา

คำอธิบาย

ยะฮูดีย์บางคนมักแสดงการเย้ยหยันอิสลามและสรรหาข้อท้วงติงตลอดเวลา ข้ออ้างแต่ละอย่างที่เขานำมาล้วนไม่มีเหตุผล และไม่มีรากที่มา พวกเขาต้องการทำลายขวัญและกำลังใจของมุสลิม ต้องการทำให้พวกเขาอ่อนแอ ตรงนี้ก็เหมือนกันเขาหาข้ออ้างที่ไม่มีเหตุผลมาพูด ซึ่งจุดประสงค์ต้องการเย้ยหยันมากกว่าอย่างอื่น เช่น กล่าวว่า พระเจ้าของพวกเจ้ายากจน ต้องพึ่งพิงคนอื่น ส่วนพวกเรามั่งมีและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น เหตุผลของพวกเขาคือ ท่านศาสดาต้องการให้ประชาชนบริจาคทรัพย์สินในหนทางของพระเจ้า และช่วยเหลือคนยากจน ท่านกำชับว่าการกระทำเช่นนี้เท่ากับได้กระทำเพื่อพระเจ้า ซึ่งทุกคนที่ได้ยินก็เข้าใจว่าท่านศาสดา ต้องการสนันสนุนให้ประชาชนบริจาคทรัพย์ช่วยเหลื่อซึ่งกันและกัน แต่พวกยะฮูดีย์กับนำคำพูดของท่านศาสดาไปตีความในทางเสียหาย โดยกล่าวว่า พระเจ้าของมุฮัมมัดต้องการยืมเงินจากเรา พระองค์ยากจนส่วนเราเป็นผู้มั่งคั่ง ประกอบกับพวกเขาเห็นมุสลิมยากจน ทั้งหมดเหล่านี้จึงกลายเป็นข้ออ้างให้พวกเขาพูดได้ว่า ถ้าพระเจ้าของท่านร่ำรวยพระองค์ก็ต้องให้พวกเจ้ามากกว่านี้ ฉะนั้น พระเจ้าของพวกท่านยากจน พระองค์จึงต้องขอยืมพวกเรา คำพูดของพวกเขาไม่มีเหตุผล อัล-กุรอาน กล่าวถึงคำพูดของพวกเขาแต่ไม่ได้ตอบโต้ ขณะเดียวกันได้เตือนพวกเขาว่า ผู้ที่กล่าวว่าพระเจ้ายากจน พระองค์ทรงได้ยิน โดยกล่าวว่า แน่นอน อัลลอฮฺทรงได้ยินคำพูดของบรรดาที่กล่าวว่า แท้จริง อัลลอฮฺเ ยากจนส่วนพวกเราผู้มั่งคั่ง พระองค์ถือว่าคำพูดเหล่านี้โมฆะ และการงานที่เลวร้ายของพวกเขาคือ การสังหารนบีอย่างอยุติธรรม มิได้ลืมเลือนไปจากพระองค์ ๆ ทรงบันทึกสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และทรงลงโทษพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพ

จุดประสงค์ของการบันทึก มิใช่การบันทึกลงบนกระดาษ แต่หมายถึง การรักษาร่องรอยของการกระทำให้คงอยู่ ในวันฟื้นชีพพระองค์จะตรัสกับพวกเขาว่า จงลิ้มรสการลงโทษที่ลุกไหม้ การลงโทษนี้ เนื่องจากการกระทำของพวกเจ้าเอง พระเจ้าไม่ทรงอยุติธรรมแก่ผู้ใด คำว่า ซุลาม หมายถึง การกดขี่อย่างมาก การเลือกใช้คำนี้ ขณะที่พระเจ้าไม่ทรงกดขี่แม้เพียงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะว่าถ้าพระองค์บังคับให้ปวงบ่าวปฏิเสธ หรือกระทำความผิด หรือสร้างความคิดที่บิดเบือนในใจพวกเขา หลังจากนั้นพวกเขาได้กระทำตามที่ถูกบังคับ ต่อมาพระองค์ทรงลงโทษพวกเขาไม่ถือว่ากดขี่ แต่เป็นการกดขี่ที่มากมาย