@laravelPWA
โองการที่ 180  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • ชื่อ: โองการที่ 180 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 23:50:5 9-6-1404

โองการที่ 180  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน


وَ لا يحْسبنَّ الَّذِينَ يَبْخَلُونَ بِمَا ءَاتَاهُمُ اللَّهُ مِن فَضلِهِ هُوَ خَيراً لَّهُم بَلْ هُوَ شرُّ لَّهُمْ سيُطوَّقُونَ مَا بخِلُوا بِهِ يَوْمَ الْقِيَمَةِ وَ للَّهِ مِيرَث السمَوَتِ وَ الاَرْضِ وَ اللَّهُ بمَا تَعْمَلُونَ خَبِيرٌ(180)

ความหมาย

180. บรรดาผู้ที่ตระหนี่ถี่เหนียวไม่บริจาค สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ จงอย่าคิดเป็นการดีสำหรับพวกเขา แต่มันเป็นความชั่วสำหรับพวกเขา ในไม่ช้าพวกเขาจะถูกคล้องสิ่งที่พวกเขาตระหนี่โดยนัยนั้นในวันฟื้นคืนชีพ และมรดกแห่งชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินเป็นของอัลลอฮฺ และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ที่สูเจ้ากระทำ

คำอธิบาย บ่วงคล้องคอที่หนักอื้ง

โองการนี้กล่าวถึงชะตาชีวิตของผู้มีความตระนี่ถี่เหนียว ได้แก่บุคคลที่เก็บรวบรวมทรัพย์สิน แต่หลีกเลี่ยงการบริจาคบนทางของพระเจ้าแก่ปวงบ่าวของพระองค์ แม้ว่าโองการจะไม่ได้เอ่ยถึงซะกาต (ทานบังคับ) และสิทธิด้านการเงินอื่น ๆ แต่รายงานจากบรรดาลูกหลานของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) และนักอรรถาธิบายส่วนใหญ่ กล่าวว่าโองการนี้ประทานลงมาแก่ผู้ที่ไม่บริจาคทานบังคับ โองการกล่าวว่า บรรดาผู้ที่ตระหนี่ถี่เหนียวไม่บริจาค สิ่งที่อัลลอฮฺได้ทรงประทานแก่พวกเขาจากความโปรดปรานของพระองค์ จงอย่าคิดเป็นการดีสำหรับพวกเขา มันเป็นความชั่วสำหรับพวกเขา หลังจากนั้นโองการกล่าวถึงชะตากรรมของพวกเขาในวันฟื้นคืนชีพว่า ในไม่ช้าพวกเขาจะถูกคล้องสิ่งที่พวกเขาตระหนี่โดยนัยนั้นในวันฟื้นคืนชีพ จากประโยคดังกล่าวเข้าใจได้ว่า พวกเขาไม่จ่ายสิทธิที่เป็นข้อบังคับ สังคมไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ พวกเขาได้ใช้จ่ายไปตามอารมณ์ต้องการ โดยไม่มีเหตุผล หรือสั่งสมทรัพย์สินไว้เหมือนคนบ้าคลั่ง โดยไม่มีผู้ใดได้ใช้ประโยชน์จากมัน เหมือนกับการกระทำไม่ดีทั้งหลาย ซึ่งในวันฟื้นคืนชีพ โดยหลักการแล้วสิ่งเหล่านี้จะปรากฏเป็นรูปร่างขึ้นมา และกลายเป็นสื่อของการลงโทษอันแสนสาหัส ในวันนั้น ความตระหนี่จะปรากฏเป็นโซ่ตรวนที่หนักอึ้ง คล้องคอพวกเขา ซึ่งพวกเขาต้องแบกรับความหนักอึ้งนั้น โดยที่ไม่ได้รับประโยชน์แม้แต่เล็กน้อย ทรัพย์สินที่มนุษย์เร่งรวบรวมเหมือนคนบ้า แต่สังคมไม่ได้รับประโยชน์แม้แต่นิดเดียว ฉะนั้น มันไม่มีสิ่งใดเกินเลยไปจากโซ่ตรวนที่หนักอึ้งสำหรับเจ้าของ เนื่องจากบุคคลมีสิทธิใช้ทรัพย์สินของตนในขอบเขตที่กำหนดไว้ ถ้าหากเกินไปจากข้อกำหนด มันจะกลายเป็นความเสียหาย และเป็นภาระที่ต้องรับผิดชอบในวันฟื้นคืนชีพ นอกเสียจากว่าได้รับประโยชน์ด้านศีลธรรมจากทรัพย์นั้น หรือใช้จ่ายไปบนหนทางที่เป็นคุณ

หลังจากนั้นโองการกล่าวว่า ทรัพย์สินที่สั่งสมไว้นั้น ไม่ว่าเจ้าของจะบริจาคหรือไม่ ในที่สุดมันต้องแยกจากมนุษย์ และพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมดทั้งในชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดิน ดังนั้น ดีกว่าก่อนที่จะอำลาจากโลกไป สมควรบริจาคในหนทางของพระเจ้า เพื่อความจำเริญด้านจิตใจ มิใช่เป็นผู้ดูแลรักษาอย่างเดียว

สุดท้ายโองการกล่าวว่า และอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงรอบรู้ที่สูเจ้ากระทำ ด้วยเหตุนี้ พระองค์รู้ดีถึงบุคคลที่เป็นคนตระหนี่ รู้ดีว่าการช่วยเหลือสังคมทำให้บุคคลอื่นได้ใช้ประโยชน์ และรู้ดีว่าทุกคนได้รับรางวัลตามความเหมาะสม