@laravelPWA
โองการที่ 166, 167  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • ชื่อ: โองการที่ 166, 167 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 23:50:38 9-6-1404

โองการที่ 166, 167  ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน


وَ مَا أَصبَكُمْ يَوْمَ الْتَقَى الجَْمْعَانِ فَبِإِذْنِ اللَّهِ وَ لِيَعْلَمَ الْمُؤْمِنِينَ (166) وَ لِيَعْلَمَ الَّذِينَ نَافَقُوا وَ قِيلَ لَهُمْ تَعَالَوْا قَتِلُوا فى سبِيلِ اللَّهِ أَوِ ادْفَعُوا قَالُوا لَوْ نَعْلَمُ قِتَالاً لاتَّبَعْنَكُمْ هُمْ لِلْكفْرِ يَوْمَئذٍ أَقْرَب مِنهُمْ لِلايِمَنِ يَقُولُونَ بِأَفْوَهِهِم مَّا لَيْس فى قُلُوبهِمْ وَ اللَّهُ أَعْلَمُ بمَا يَكْتُمُونَ (167)

ความหมาย

166. และอันใดที่ประสบแก่พวกเจ้า (ในสงครามอุฮุด) วันที่สองกลุ่ม (ผู้ศรัทธากับผู้ปฏิเสธ) เผชิญกัน โดยอนุมัติของอัลลอฮฺ เพื่อพระองค์จะได้จำแนกบรรดาผู้ศรัทธา

167. และเพื่อพระองค์จะได้ทรงจำแนกบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืน และได้มีกล่าวแก่พวกเขาว่า มาเถิด จงต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ หรือ (อย่างน้อย) จงปกป้องตนเอง พวกเขากล่าวว่า ถ้าเรารู้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น เราต้องตามพวกท่านแน่นอน (แต่เรารู้ว่าไม่มีสงคราม) ในวันนั้น พวกเขาใกล้ปฏิเสธมากกว่าใกล้ศรัทธา พวกเขากล่าวด้วยปากของพวกเขา ที่ไม่ได้อยู่ในใจของพวกเขา และอัลลอฮ ทรงรู้ดียิ่งที่พวกเขาปิดบัง

คำอธิบาย จำเป็นต้องจำแนกแถว

โอการกล่าวถึงประเด็นหนึ่งว่า ความทุกข์ยากทั้งหลายที่เกิดขึ้น นอกจากจะเกิดบนสาเหตุแล้วยังเป็นการทดสอบมนุษย์อีกต่างหาก เพื่อจำแนกผู้ศรัทธาและจำแนกนักรบที่แท้จริงออกจากผู้กลับกลอก หรือผู้ที่มีศรัทธาอ่อนแอ ด้วยเหตุนี้ ในส่วนแรกของโองการจึงกล่าวว่า ในสงครามอุฮุด วันที่สองกลุ่มชนมุสลิมกับผู้ปฏิเสธเผชิญหน้ากัน และความเลวร้ายต่าง ๆ ได้ประสบแก่เจ้า เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า เนื่องจากทุกเหตุการณ์บนโลกนี้ เกิดขึ้นบนกฎแห่งการสร้างสรรค์ และมีสาเหตุที่เฉพาะเจาะจง โลกวางอยู่บนกฎเกณฑ์ของเหตุและผล และยอมรับสาเหตุของการเกิดในทุกสรรพสิ่ง ซึ่งโดยหลักการแล้วสิ่งนี้คงอยู่และเป็นไปเสมอ ดังนั้น ในสงครามไม่ว่ากองทัพใดมีความเข็มแข็งมากกว่าย่อมได้รับชัยชนะ กองทัพที่อ่อนแอกว่า หรือมุ่งแต่เก็บเกี่ยวทรัพย์สิน ฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการ ย่อมปราชัยเป็นของธรรมดา ด้วยเหตุนี้ จุดประสงค์ของประโยคที่ว่า โดยอนุมัติของพระเจ้า หรือโดยบัญชาของพระเจ้า หมายถึง พระประสงค์ของพระองค์ ในรูปของกฎเกณฑ์แห่งเหตุผลที่มีอยู่ในโลกนี้

สุดท้ายโองการกล่าวถึงผลของสงครามว่า ในที่สุดแถวของผู้ศรัทธาและแถวของผู้ปฏิเสธ แถวของผู้มีศรัทธามั่นคง กับแถวของผู้มีศรัทธาอ่อนแอได้จำแนกออกมาอย่างเด่นชัด

โองการถัดมากล่าวถึงผลลัพธ์อีกประการหนึ่งของสงครามว่า และเพื่อพระองค์จะได้ทรงจำแนกบรรดาผู้ที่กลับกลอก ให้ชัดเจน ดังนั้น เหตุการณ์ในสงครามอุฮุดได้จำแนกมุสลิมออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1.กลุ่มที่มีความศรัทธามั่นคง และยึดมั่นอุดมการณ์ จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายพวกเขายืนต่อสู้กับศัตรู ชนิดเคียงบ่าเคียงไหล่กับอิสลาม บางคนชะฮีด บางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส และบางคนประสบกับความเลวร้าย

2. กลุ่มที่มีความคลางแคลงใจ เกิดความลังเล และไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายได้

3. กลุ่มผู้กลับกลอก ซึ่งระหว่างสงครามพวกเขาได้ถอนตัวออกจากสงคราม บางคนหนีทัพกลับมะดีนะฮฺกลางคัน และอื่น ๆ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีข้ออ้างทั้งสิ้น เช่น อับดุลลอฮฺ บุตรของ อบีซะลูล พร้อมกับสหายของเขา 300 คน ถ้าความยากลำบากในสงครามอุฮุดไม่เกิดขึ้น ก็จะไม่สามารถจำแนกมุสลิมกลุ่มต่าง ๆ ได้เด็ดขาด ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละกลุ่มมีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัว

ในความเป็นจริง โองการบ่งชี้ให้เห็นถึงสาเหตุของความพ่ายแพ้ในสงครามอุฮุด หลังจากนั้นจึงกล่าวถึงผลลัพธ์ของความพ่ายแพ้ ประโยคที่กล่าวว่า เพื่อพระองค์จะได้ทรงจำแนกบรรดาผู้ที่ฝ่าฝืน (นาฟะกู) มิได้กล่าวว่า มุนาฟิกูน (เพื่อพระองค์จะได้ทรงจำแนกบรรดาผู้ที่กลับกลอก) อีกนัยหนึ่ง นิฟาก กล่าวในรูปของกิริยา มิใช่กล่าวในฐานะของคุณสมบัติ (ซิฟัต) ซึ่งขณะนั้นการฝ่าฝืนในหมู่พวกเขายังมิได้เป็นคุณลักษณะแน่นอนที่เปิดเผยออกมา ด้วยเหตุนี้ ประวัติศาสตร์อิสลามบันทึกว่า บางคนในหมู่พวกเขาหลังจากประสบความสำเร็จในการลุแก่โทษแล้ว ได้ผันตัวเองเป็นผู้ศรัทธาอยู่ร่วมแถวกับผู้ศรัทธาทั้งหลาย

หลังจากนั้น โองการกล่าวว่า ก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นได้มีการโต้เถียงกันระหว่างผู้ศรัทธา กับกลับกลอก โดยกล่าวว่า มุสลิมบางคน ตามรายงานของอิบนิอับบาซ อับดุลลอฮฺ บุตรของอุมัร บุตรของญะซาม เมื่อเห็น อับดุลลอฮฺ บุตรของ ซะลูล พร้อมกับพรรคพวกของเขาถอยทัพออกไป เพื่อเดินทางกลับมะดีนะฮฺ ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า มาเถิด จงต่อสู้ในทางของอัลลอฮฺ หรือ (อย่างน้อย) จงปกป้องตนเอง แต่พวกเขาก็หาข้ออ้างว่า ว่า ถ้าเรารู้ว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น เราต้องตามพวกท่านแน่นอน (แต่เรารู้ว่าไม่มีสงคราม)

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาไม่มีคำพูดอันใด นอกจากข้ออ้างต่าง ๆ นานา ซึ่งตามความเป็นจริงสงครามเกิดขึ้นจริง ตอนเริ่มสงครามมุสลิมเป็นฝ่ายชนะ แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ผลกผันมุสลิมกับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พระเจ้าตรัสว่า พวกเขาพูดโกหก ซึ่ง ในวันนั้น พวกเขาใกล้ปฏิเสธมากกว่าใกล้ศรัทธา ประโยคนี้เข้าใจได้ว่า การปฏิเสธและการศรัทธา ล้วนมีฐานันดรทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการขวนขวายของมนุษย์