โองการที่ 149,150, 151 ซูเราะฮ์อาลิอิมรอน
يَأَيُّهَا الَّذِينَ ءَامَنُوا إِن تُطِيعُوا الَّذِينَ كَفَرُوا يَرُدُّوكمْ عَلى أَعْقَبِكُمْ فَتَنقَلِبُوا خَسرِينَ (149) بَلِ اللَّهُ مَوْلَامْ وَ هُوَ خَيرُ النَّصرِينَ(150)سنُلْقِى فى قُلُوبِ الَّذِينَ كَفَرُوا الرُّعْب بِمَا أَشرَكوا بِاللَّهِ مَا لَمْ يُنزِّلْ بِهِ سلْطناً وَ مَأْوَاهُمُ النَّارُ وَ بِئْس مَثْوَى الظلِمِينَ (151)
ความหมาย
149. โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย ถ้าสูเจ้าเชื่อฟังปฏิบัติตามบรรดาผู้ปฏิเสธ พวกเขาจะให้สูเจ้าหันกลับไป แล้วสูเจ้าจะกลับเป็นผู้ที่ขาดทุน
150. (พวกเขาไม่ใช่ที่พึ่ง) แต่ว่า อัลลอฮฺ ทรงเป็นผู้คุ้มครองของสูเจ้า และพระองค์ทรงเป็นเลิศแห่งผู้ช่วยเหลือ
151. ในไม่ช้านี้เราจะโยนความกลัวเข้าไปในใจของบรรดาผู้ปฏิเสธ เนื่องจากพวกเขาได้ตั้งภาคีเทียบเท่าอัลลอฮฺ (โดยไม่มีเหตุผล) ซึ่งพระองค์มิได้ทรงประทานหลักฐานลงมา และที่พำนักของพวกเขาคือไฟนรก เป็นที่อยู่ที่เลวร้ายยิ่งของพวกผู้อธรรม
คำอธิบาย ความผิดพลาดซ้ำซาก
โองการนี้เหมือนกับโองการที่ผ่านมาถูกประทานหลังจากสงครามอุฮุด เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ในสงครามอุฮุด ซึ่งโองการก่อนหน้านี้และโองการนี้ต่างยืนยันถึงความจริงดังกล่าว ซึ่งหลังจากสงครามอุฮุดเสร็จสิ้นศัตรูของอิสลามได้โฆษณาชวนเชื่อในสังคมอิสลาม ในรูปแบบของความเป็นห่วงเป็นใย โดยฉิบฉวยโอกาสที่กำลังระส่ำระสายในสังคมเป็นเครื่องมือ พวกเขาพยายามชักจูงมุสลิมกลุ่มหนึ่งให้กระด้างกระเดื่องกับอิสลาม โดยมียิวและคริสเตียนร่วมมือกับบรรดาผู้กลับกลอกให้การสนับสนุน ดังที่พวกเขาได้ประกาศท่ามกลางสงครามว่า มุฮัมมัดถูกสังหารแล้ว
โองการข้างต้นได้ส่งสัญญาณอันตรายเตือนบรรดามุสลิมทั้งหลาย มิให้ปฏิบัติตามผู้ปฏิเสธ โดยกล่าวว่า ถ้าสูเจ้าเชื่อฟังปฏิบัติตามผู้ปฏิเสธ พวกเขาจะทำให้สูเจ้าหันหลังกลับ ไปสู่จุดแรกเริ่มของการเป็นผู้ปฏิเสธที่ก่อการเสียหาย หลังจากเข้ารับอิสลามและดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งเกียรติยศ บนความสมบูรณ์แห่งจิตวิญญาณ และการเรียนรู้ ในสภาพเช่นนั้นผู้ที่ได้รับความเสียหายและขาดทุนที่สุดคือ ตัวเจ้าเอง และยังจะมีความเสียหายใดยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่มนุษย์นำเอาอิสลามไปแลกกับการปฏิเสธ นำความผาสุกไปแลกกับความต่ำต้อย นำความจริงไปแลกกับความเท็จ
โองการถัดมาเน้นว่าพวกเจ้ามีที่ปรึกษา ผู้สนับสนุน ผู้คุ้มครอง และผู้ช่วยเหลือที่ดีที่สุด ผู้คุ้มครองที่ไม่เคยพ่ายแพ้ ไม่มีอำนาจใดยิ่งใหญ่และเทียบเทียมอำนาจของพระองค์ ขณะที่ผู้ช่วยเหลือคนอื่น ๆ อาจประสบความพ่ายแพ้ และสูญสลาย
โองการถัดมากล่าวถึงการช่วยเหลือมุสลิมด้วยอภินิหาร หลังจากสงครามอุฮุดพระองค์สัญญาว่าจะสนับสนุนพวกเขามีชัยชนะเหนือผู้ปฏิเสธ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า เมื่อผู้ปฏิเสธได้รับชัยชนะ ขณะที่กองทัพมุสลิมแตกกระเจิงกันออกไป พวกเขาแทนที่จะบุกโจมตีกองทัพมุสลิมให้แตกละเอียด ยึดทรัพย์สิน และทำลายบ้านเรือนให้พังพินาศจะได้หายห่วง และมุสลิมจะได้ไม่สามารถกำเริบได้อีกต่อไป หรืออย่างน้อยที่สุดสังหารศาสดาให้ตายไปต่อหน้าต่อตาเพื่อจะได้มั่นใจว่า ศาสดาตายจริง แต่พวกเขากลับไม่ได้กระทำเช่นนั้น เนื่องจากพระเจ้าทรงโยนความกลัวเข้าในใจพวกเขา เป็นความหวาดกลัวที่ไม่มีเหตุผล เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ปฏิเสธที่บูชารูปปั้น ความหวาดกลัวได้ครอบงำพวกเขาจนหมดสิ้น รายงานกล่าวว่า เมื่อพวกเขากลับออกจากอุฮุดใกล้ที่จะถึงมักกะฮฺ ซึ่งอยู่ในสภาพของผู้ปราชัย และกลัวจนรนรานไปหมด สาเหตุที่ทำให้พวกเขากลัวเนื่องจาก พวกเขาได้ตั้งภาคีเทียบเทียมพระเจ้าโดยไม่มีเหตุผล