@laravelPWA
จริยธรรมในการอิบาดะฮ์ ตอนที่สาม
  • ชื่อ: จริยธรรมในการอิบาดะฮ์ ตอนที่สาม
  • แหล่งที่มา:
  • วันที่วางจำหน่าย: 13:12:32 8-6-1404

เว็บไซต์ อิมาม อัลฮะซะนัยน์ (อลัยฮิมัสลาม)เพื่อคุณค่าและสารธรรมอิสลาม
จริยธรรมในการอิบาดะฮ์ ตอนที่สาม


คุณค่าของการอิบาดะฮ์

อิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) และการยอมมอบตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งนั้น คือสื่อนำสู่ความยำเกรง (ตักวา) และความใกล้ชิดต่อพระผู้เป็นเจ้า คัมภีร์อัลกุรอานกล่าวว่า

يا أَيُّهَا النّاسُ اعْبُدُوا رَبَّكُمُ الَّذى خَلَقَكُمْ وَ الَّذينَ مِنْ قَبْلِكُمْ لَعَلَّكُمْ تَتَّقُونَ

“โอ้หมู่ชนเอ๋ย! จงเคารพภักดีพระผู้อภิบาลของพวกท่านผู้ซึ่งได้ทรงสร้างพวกท่านขึ้นมาและบรรดาผู้ที่มาก่อนพวกท่าน หวังว่าพวกท่านจะได้ยำเกรง” (1)

ไม่ว่ามนุษย์จะย่างก้าวไปบนเส้นทางของอิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) พระผู้เป็นเจ้ามากเท่าใด เขาก็จะกลายเป็นที่รัก ณ พระผู้เป็นเจ้าและมวลมนุษย์ และกลายเป็นผู้ที่มีคุณค่ามากขึ้นเพียงนั้น กล่าวอีกสำนวนหนึ่งก็คือ ในโลกแห่งการสร้างสรรค์ บรรทัดฐานในการกำหนดคุณค่าของนุษย์ก็คืออิบาดะฮ์และการยอมตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า ไม่ว่ามนุษย์จะแสดงออกถึงความอ่อนแอ ความไร้ค่า การเชื่อมความสัมพันธ์ของตนเองต่อพระผู้เป็นเจ้าโดยหนทางของการอิบาดะฮ์มากเท่าใด เขาก็จะได้รับเกียรติศักดิ์ศรีและความเป็นอิสระชนมากขึ้นเพียงนั้น ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า

“วันหนึ่งท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้เข้ามาหาบรรดาผู้ช่วยเหลือของท่าน ภายหลังจากการสรรเสริญสดุดีต่อพระผู้เป็นเจ้าและการซอละวาตต่อท่านศาสดาแล้วท่านกล่าวว่า

یا ایها الناس ان الله ما خلق العباد الا لیعرفوه فاذاعرفوه عبدوه فاذا عبدوه استغنوا بعبادته عن عبادة من
سواه

“โอ้หมู่ชนเอ๋ย! พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้สร้างปวงบ่าวของพระองค์ขึ้นมา (เพื่ออื่นใด) นอกจากเพื่อให้พวกเขาทำความรู้จักพระองค์ และเมื่อพวกเขารู้จักพระองค์แล้ว พวกเขาก็จะทำการเคารพภักดีพระองค์ และเมื่อพวกเขาเคารพภักดีพระองค์แล้ว พวกเขาก็จะพอเพียงจากการเคารพภักดีสิ่งอื่นจากพระองค์” (2)

ดังนั้นความลับและคุณค่าของการอิบาดะฮ์จึงอยู่ที่ว่า จะต้องทำให้มนุษย์ไร้ความต้องการและการพึ่งพาสิ่งถูกสร้างทั้งมวล และทำให้เขาดำรงตนอยู่ในความเป็นเสรีชนและความมีเกียรติศักดิ์ศรีขั้นสูงสุดด้วยการผูกสัมพันธ์ตัวเองเข้ากับพระผู้เป็นเจ้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือความสำเร็จนั้นเอง ดังเช่นที่ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีนอะลี (อ.) กล่าวว่า

اَلْعِبادَةُ فَوْزٌ

“การเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้าคือความสำเร็จ” (3)

เป้าหมายของการสร้างในทัศนะของคัมภีร์อัลกุรอาน

พระผู้เป็นเจ้าทรงมีเป้าหมายที่สำคัญยิ่งในการสร้างมนุษย์ คัมภีร์อัลกุรอานได้แนะนำถึงเป้าหมายที่สำคัญนี้ไว้โดยกล่าวว่า

وَ ما خَلَقْتُ الْجِنَّ وَ الاِنْسَ إِلاّ لِيَعْبُدوُنِ

“และข้ามิได้สร้างญินและมนุษย์ขึ้นมา (เพื่ออื่นใด) นอกจากเพื่อให้พวกเขาเคารพภักดีต่อข้า” (4)

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ด้วยกับการเคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า มนุษย์จะสามารถยกระดับสถานะและเกียรติศักดิ์ศรีของตนเองให้เกิดความสูงส่งได้ และเป็นที่ชัดเจนว่า พระผู้เป็นเจ้าไม่มีความต้องการใด ๆ ต่อการอิบาดะฮ์ของมนุษย์

ด้วยเหตุนี้เอง นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการสร้างมนุษย์ พระผู้เป็นเจ้าได้เอาคำมั่นสัญญาจากมนุษย์ว่า เขาจะต้องย่างก้าวไปบนเส้นทางของการอิบาดะฮ์ (เคารพภักดีพระผู้เป็นเจ้า) ซึ่งมันคือแนวทางอันเที่ยงตรง (ซิรอฎุ้ลมุสตะกีม) และจะต้องไม่เคารพภักดีสิ่งอื่นใดนอกจากพระองค์ ซึ่งนั่นคือแนวทางของมาร (ชัยฏอน) พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งทรง ตรัสไว้ในคัมภีร์อัลกุรอานว่า

ألَمْ أعـْهـَدْ إِلَيـْكـُمْ يـابـَنى ادَمَ أنْ لا تَعْبُدُوا الشَّيْطانَ إِنَّهُ لَكُمْ عَدُوُّمُبينٌ وَ أنِ اعْبُدُونى هذا صِراطٌ مُسْتَقيم

“โอ้ลูกหลานของอาดัมเอ๋ย! ข้าไม่ได้เอาสัญญาต่อพวกเจ้ามาก่อนหรือว่า พวกเจ้าอย่าเคารพบูชามารร้าย เพราะมันคือศัตรูที่ชัดแจ้งของพวกเจ้า และพวกเจ้าจงเคารพภักดีข้า นี่คือแนวทางอันเที่ยงตรง” (5)

ในโองการนี้ พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่ง พร้อมกับการห้ามมนุษย์จากการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) และการเชื่อฟังมารร้าย (ชัยฏอน) ซึ่งพระองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า เป้าหมายและจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่ คือการเคารพภักดีและการเชื่อฟังพระองค์ และพระองค์ทรงอ้างพันธะสัญญาและกฎแห่งการสร้างมาเป็นสักขีพยานยืนยันในเรื่องนี้ว่า มนุษย์จะต้องเลือกความเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้าเหนือความเป็นบ่าวของสิ่งอื่นจากพระเจ้า และพระองค์ได้ชี้ให้เห็นถึงเหตุผลของมัน นั่นก็คือ ความเที่ยงตรงและถูกต้องของแนวทางนี้ (6)

 
เป้าหมายของการสร้างในคำรายงาน (ริวายะฮ์)

ในฮะดีษ (วจนะ) และคำพูดต่าง ๆ ของบรรดาผู้นำผู้บริสุทธิ์ ได้ชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายของการสร้างมนุษย์ว่า คือการเคารพภักดีและการยอมตนของมนุษย์ต่อการเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพ ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) พร้อมกับการอธิบายถึงระดับต่าง ๆ ของเตาฮีด (การยอมรับในเอกานุภาพของพระผู้เป็นเจ้า) ท่านกล่าวว่า

اَلَّذى خَلَقَ الْخَلْقَ لِعِبادَتِهِ وَ أقْدَرَهُمْ عَلى طاعَتِهِ

“(พระผู้เป็นเจ้า) ผู้ซึ่งทรงสร้างสิ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเคารพภักดีพระองค์ และทรงทำให้พวกเขามีความสามารถในการเชื่อฟังพระองค์” (7)

ท่านอิมามซอดิก (อ.) มีชายผู้หนึ่งได้ถามท่านว่า “พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่ออะไร” ท่านตอบว่า

إِنَّ اللّهَ تـَبـارَكَ وَ تـَعـالى لَمْ يـَخـْلُقْ خـَلْقـَهُ عـَبـَثـاً وَ لَمْ يَتْرُكْهُمْ سُدًى بَلْ خَلَقَهُمْ لاِظْهارِ قُدْرَتِهِ وَ لِيُكَلِّفَهُمْ طاعَتَهُ فَيَسْتَوْجِبُوا بِذلِكَ رِضْوانَهُ، وَ ما خَلَقَهُمْ لِيَجْلِبَ مِنْهُمْ مَنْفَعَةً وَ لا لِيَدْفَعَ بِهِمْ مَضَرَّةً بَلْ خَلَقَهُمْ لِيَنْفَعَهُمْ وَ يُوصِلَهُمْ إِلى نَعيمِ الاَبَدِ
 
“แท้จริงพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงจำเริญ ผู้ทรงสูง ส่งมิได้สร้างสิ่งถูกสร้างของพระองค์ขึ้นมาอย่างไร้สาระ และพระองค์มิได้ทรงปล่อยพวกเขาไว้อย่างเดียวดายโดยปราศจากเป้าหมาย แต่ทว่าพระองค์ทรงสร้างพวกเขาขึ้นมาเพื่อที่จะทรงแสดงให้เห็นถึงเดชานุภาพของพระองค์ และเพื่อที่พระองค์จะทรงมอบหมายภาระหน้าที่แก่พวกเขาในการเชื่อฟังพระองค์ โดยที่ด้วยกับสิ่งนั้นจะทำให้พวกเขาได้รับความพึงพอพระทัยจากพระองค์ และพระองค์มิได้ทรงสร้างพวกเขาขึ้นมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากพวกเขา และมิใช่ว่าเพื่อจะขจัดโทษภัยใด ๆ ด้วยสื่อพวกเขา แต่ทว่าพระองค์ทรงสร้างพวกเขาขึ้นมาเพื่อที่พระองค์จะทรงให้คุณประโยชน์แก่พวกเขา และจะทรงทำให้พวกเขาไปถึงยังปัจจัยอำนวยสุขต่าง ๆ อันเป็นนิรันดร” (8)

ด้วยกับการคิดใคร่ควรเพียงเล็กน้อยในการสร้างตัวเราและโลกเราก็จะพบว่า การที่พระผู้เป็นเจ้าทรงสร้างเราขึ้นมานั้นเนื่องจากความกรุณาและโปรดปราณของพระองค์ ทั้งนี้เนื่องจากพระองค์คือสิ่งสัมบูรณ์ ทรงเดชานุภาพ และทรงไว้ซึ่งความดีงามอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์ และพระองค์ทรงบริสุทธิ์จากความต้องการทั้งปวง ในอีกด้านหนึ่ง การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลคือความโปรดปรานและความเมตตาจากพระองค์ที่มีต่อสิ่งเหล่านั้น ดังนั้นการขอบคุณพึงมีแด่พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเอกะ ที่พระองค์ทรงประทานของขวัญ คือการรู้จักพระผู้เป็นเจ้า (มะอ์ริฟะตุลลอฮ์) แก่มนุษย์ พระองค์ทรงตรัสไว้ในฮะดีษกุดซีว่า

كُنْتُ كَنْزاً مَخْفِيّاً فَأحْبَبْتُ أنْ أُعْرَفَ وَ خَلَقْتُ الْخَلْقَ لِكَىْ أُعْرَفَ


“แต่ก่อนข้าเป็นขุมคลังที่ซ่อนเร้น ดังนั้นข้าปรารถนาที่ข้าจะเป็นที่ถูกรู้จัก และข้าได้สร้างบรรดาสิ่งถูกสร้างขึ้นมา เพื่อที่ข้าจะได้ถูกรู้จัก” (9)

ในที่นี้ก็เช่นเดียวกัน ที่ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายของการสร้างนั้น ก็เพื่อการรู้จักพระผู้เป็นเจ้า ทั้งนี้เนื่องจากความรู้และการรู้จัก(มะอ์ริฟะฮ์) คือรากฐานสำคัญของการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) และการยอมตนเป็นบ่าวต่อพระผู้เป็นเจ้า

บทสรุป

การอิบาดะฮ์ หมายถึง ความต่ำต้อยและการแสดงความนอบน้อมถ่อมตนและความอ่อนแอ ณ เบื้องพระพักต์ของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพอย่างสมบูรณ์ และสภาพเช่นนี้ไม่คู่ควรต่อสิ่งอื่นจากพระผู้เป็นเจ้า เนื่องจากพระผู้เป็นเจ้าเพียงเท่านั้นที่ทรงบริสุทธิ์จากทุกข้อบกพร่องและข้อตำหนิทั้งมวล

ในคำรายงาน (ริวายะฮ์) ต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า สาเหตุของการอิบาดะฮ์เกิดจาก 3 สาเหตุ คือ ความหวั่นกลัวจากไฟนรก หรือความมุ่งหวังในสวนสวรรค์ หรือด้วยเหตุผลของความรักและความผูกพันที่บ่าวมีต่อพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสาเหตุที่สามนี้ประเสริฐเหนือทั้งหมด

คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวถึงเป้าหมายของการสร้างมนุษย์ว่า เพื่อการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) เพื่อการสรรเสริญขอบคุณต่อพระผู้สร้างผู้ทรงสูงส่ง เป็นการเตือนมนุษย์จากการเคารพภักดีสิ่งอื่นจากพระผู้เป็นเจ้า และอย่าได้ก้าวเดินไปบนเส้นทางของมารร้าย (ชัยฏอน) และอย่าเชื่อฟังปฏิบัติตามมัน

ในคำรายงาน (ริวายะฮ์) ต่าง ๆ ได้แนะนำเช่นกันว่า เป้าหมายของการสร้างมนุษย์ขึ้นมาก็เพื่อการเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) และการยอมตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า เพื่อว่าด้วยกับการกระทำดังกล่าวจะทำให้มนุษย์รอดพ้นจากทางแห่งความหลงทางและความเบี่ยงเบน

 

 
เชิงอรรถ

 (1) ซูเราะฮ์อัลบากอเราะฮ์ (2)/อายะฮ์ที่ 21

(2) บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 5 หน้าที่ 314

(3) ชัรห์ ฆุร่อรุลฮิกัม, ออมะดี เล่มที่ 1 หน้าที่ 25

(4) ซูเราะฮ์อัซซาริยาต (51)/อายะฮ์ที่ 56

(5) ซูเราะฮ์อัซซาริยาต (36)/อายะฮ์ที่ 60-61

(6) ตัฟซีร นะมูเนะฮ์ เล่มที่ 18 หน้าที่ 424-427

(7) มุสตัดร็อก ซะฟีนะตุลบิฮาร เล่มที่ 7 หน้าที่ 49

(8) อิละลุชชะรอเอี๊ยะอ์ เชคซุดูก หน้าที่ 9

(9) ตัฟซีร นะมูเนะฮ์ เล่มที่ 22 หน้าที่ 394