จริยธรรมในการอิบาดะฮ์ ตอนที่สอง
ในบทความนี้ จะกล่าวถึง ความหมายของ คำว่า อิบาดะฮ์ นั้นมีความหมายว่าอย่างไรและสามารถแบ่งออกได้กี่ประเภท
ความหมายของอิบาดะฮ์
“อิบาดะฮ์” คือ การแสดงออกถึงความเป็นบ่าวและความต้องการ ณ เบื้องพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสูงส่ง และการอธิบายความต้องการและความปรารถนาในการพัฒนาสู่ความสมบูรณ์จากพระองค์
ท่านอัฏฏอรีฮี ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “มัจญ์มะอุลบะห์ร็อยน์” ว่า
العبادة : هى غاية الخضوع و التذلل و لذلك لا تحسن الا لله تعالى الذى هو مولى اعظم النعم فهو حقيق بغاية الشكر
คำว่า “อิบาดะฮ์” (ในทางภาษา) หมายถึง การแสดงถึงความนอบน้อมถ่อมตนและการยอมจำนนขั้นสูงสุด ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่คู่ควรสำหรับสิ่งอื่นนอกจากพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่ง ซึ่งพระองค์ทรงเป็นเจ้าของสูงสุดของเนี๊ยะอ์มัต (ความโปรดปรานและปัจจัยอำนวยสุข) ทั้งปวง ดังนั้นพระองค์คือผู้ทรงคู่ควรต่อการขอบคุณอย่างสุดซึ้ง” (1)
และท่านยังได้กล่าวอีกว่า
والعبادة بحسب الاصطلاح هي: المواظبة على فعل المأمور به
“และคำว่า “อิบาดะฮ์” ในสำนวนวิชาการ หมายถึง การระวังรักษาการกระทำต่าง ๆ ที่เป็นคำสั่ง (จากพระผู้เป็นเจ้า)” (2)
ท่านชะฮีดมุเฏาะฮ์ฮะรี ได้กล่าวเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของการอิบาดะฮ์ (การนมัสการพระผู้เป็นเจ้า) ว่า
“การอิบาดะฮ์ต่าง ๆ ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อที่ว่าประชาชนจะได้ไม่ลืมผู้ที่วางบทบัญญัติ และจะเสริมสร้างสายสัมพันธ์กับพระองค์อยู่ตลอดเวลา พวกเขาจะรำลึกอยู่เสมอว่าพวกเขามีพระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะสอดส่องพวกเขาอยู่ตลอดเวลา และพระผู้เป็นเจ้าคือผู้ทรงวางบทบัญญัติที่เที่ยงธรรมในระหว่างพวกเขา” (3)
ประเภทของอิบาดะฮ์
ในมุมมองหนึ่งการอิบาดะฮ์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. การกระทำ (อะมั้ล) บางอย่างซึ่งมีลักษณะของความเป็นอิบาดะฮ์อย่างแท้จริง และจำเป็นต้องกระทำด้วยเจตนาเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดต่อพระผู้เป็นเจ้า (กุรบะตัน อิลัลลอฮ์) หากมิเช่นนั้นแล้วจะไม่ถูกต้อง (บาฏิล) เช่น การอาบน้ำฆุซุล การทำวุฎูอ์ การนมาซ การทำฮัจญ์ การจ่ายคุมซ์ ซะกาต (ทานบังคับ) และอื่น ๆ
2. การกระทำ (อะมั้ล) บางอย่างหากกระทำด้วยเจตนาเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดต่อพระผู้เป็นเจ้า (กุรบะตัน อิลัลลอฮ์) แล้วจะถูกนับว่าเป็นอิบาดะฮ์ และจะได้รับผลรางวัลเพิ่มมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การกำชับความดีและการห้ามปรามความชั่ว การสนองตอบค่าใช้จ่าย (นะฟะเกาะฮ์) ให้แก่ครอบครัว เป็นต้น
3. การละทิ้งและการกระทำ (อะมั้ล) ทุกอย่างเพื่อแสวงหาความใกล้ชิดและความพึงพอพระทัยจากพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งในกรณีเช่นนี้ การกระทำทั้งมวลของมนุษย์จะกลายเป็นการอิบาดะฮ์ ดังเช่นที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ได้สัญญาไว้แก่ผู้ที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนว่า
نومکم فیها عبادة و انفاسکم فیها تسبیح
“การนอนหลับของพวกท่านในเดือนนี้คือการอิบาดะฮ์ และลมหายใจของพวกท่านในเดือนนี้คือการสรรเสริญสดุดี (ตัสเบี๊ยะห์) ต่อพระผู้เป็นเจ้า” (4)
ทำนองเดียวกัน ทุก ๆ การกระทำ อย่างเช่น การมองไปยังใบหน้าของผู้รู้ (อาลิม) บิดาและมารดา การเรียนรู้ปัญหาต่าง ๆ ของศาสนา การคิดใคร่ครวญ การรักษาสิทธิ์ของผู้ศรัทธา การนิ่งเงียบและอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นอิบาดะฮ์ด้วยเช่นเดียวกัน (5)
ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) กล่าวว่า
ما يَتَقَرَّبُ إِلَىَّ عَبْدى بِمِثْلِ أداءِ مَا افْتَرَضْتُ عَلَيْهِ
“ไม่มีสิ่งใดที่บ่าวคนหนึ่งจะใช้เป็นสื่อในการแสวงหาความใกล้ชิดต่อข้าที่ (ดียิ่ง) เหมือนกับการปฏิบัติตามสิ่งที่ข้าได้กำหนดบังคับเหนือเขา” (6)
ท่านอะมีรุ้ลมุอ์มินีนอะลี (อ.) ยังได้แบ่งการอิบาดะฮ์ออกเป็น 3 ประเภท ด้วยกับอีกมุมมองหนึ่งคือ
1) การอิบาดะฮ์เชิงพาณิชย์
2) การอิบาดะฮ์เนื่องจากความกลัว
3) การอิบาดะฮ์แบบเสรีชน
โดยที่ท่านได้กล่าวว่า
إن قوما عبدوا الله رغبة فتلك عبادة التجار، وإن قوما عبدوا الله رهبة فتلك عبادة العبيد، وإن قوما عبدوا الله شكرا فتلك عبادة الأحرار
“แท้จริงชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ด้วยความมุ่งหวัง นั่นคืออิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) แบบพ่อค้า และแท้จริงชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ด้วยความหวั่นเกรง นั่นคืออิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) แบบทาส และแท้จริงชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ด้วยการขอบคุณ นั่นคืออิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี) แบบเสรีชน” (7)
ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวไว้เช่นกันว่า
العبادة ثلاثة: قوم عبدوا الله عز وجل خوفا فتلك عبادة العبيد، وقوم عبدوا الله تبارك وتعالى طلب الثواب فتلك عبادة الأجراء، وقوم عبدوا الله عز وجل حبا له فتلك عبادة الأحرار، وهي أفضل العبادة
“การเคารพภักดี (อิบาดะฮ์) มีสามประเภท ชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติผู้ทรงเกรียงไกร เนื่องจากความหวั่นกลัว นั่นคือการอิบาดะฮ์ของทาส และชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ ผู้ทรงจำเริญผู้ทรงสูงส่ง เนื่องจากความมุ่งหวังในผลรางวัล นั่นคือการอิบาดะฮ์ของพ่อค้า และชนกลุ่มหนึ่งเคารพภักดีอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติผู้ทรงเกรียงไกร เนื่องจากความรักที่มีต่อพระองค์ นั่นคือการอิบาดะฮ์ของเสรีชน และมันคือการอิบาดะฮ์ที่ประเสริฐที่สุด” (วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่มที่ 1 หน้าที่62)
เชิงอรรถ
(1) มัจญ์มะอุลบะห์ร็อยน์ เล่มที่ 3 หน้าที่ 92
(2) มัจญ์มะอุลบะห์ร็อยน์ เล่มที่ 3 หน้าที่ 95
(3) ฮะดัฟ ซินเดกี (เป้าหมายแห่งชีวิต) ชะฮีดมุเฏาะฮ์ฮะรี หน้าที่ 16
(4) บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 96 หน้าที่ 356
(5) ดูเพิ่มเติมจาก มีซานนุลฮิกมะฮ์, มุฮัมมะดี เรย์ ชะฮ์รี เล่มที่ 6 หน้าที่ 16-21
(6) วะซาอิลุชชีอะฮ์ เล่มที่ 1 หน้าที่ 78
(7) ชัรห์ ฆุร่อรุลฮิกัม, ออมะดี เล่มที่ 2 หน้าที่ 578
ติดตามตอนต่อไป